ไลฟ์สไตล์

โรคตาแดง

โรคตาแดง

26 ต.ค. 2553

โรคตาแดง เป็นการอักเสบของเยื่อบุตา (conjuntiva) ที่คลุมหนังตาบนและตาล่าง รวมถึงเยื่อบุตาที่คลุมตาขาว อาจจะเป็นแบบเฉียบพลัน หรือแบบเรื้อรัง

สาเหตุอาจจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส Chlamydia trachomatis ภูมิแพ้ หรือสัมผัสสารที่เป็นพิษต่อตา สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส มักจะติดต่อทางมือ ผ้าเช็ดหน้า หรือผ้าเช็ดตัว ใช้เวลาหาย 2 สัปดาห์
อาการของโรคตาแดง
 อาการที่สำคัญคือ คันตา มีขี้ตา ลักษณะของขี้ตาช่วยบอกสาเหตุของโรคตาแดง ขี้ตาเป็นหนองมักจะร่วมกับมีสะเก็ดปิดตาตอนเช้า ทำให้เปิดตาลำบาก สาเหตุมักจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ตาแดงเป็นข้างหนึ่ง หรือ 2 ข้าง เป็นข้างหนึ่งก่อน แล้วค่อยเป็น 2 ข้าง สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส หรือ Chlamydia ผู้ที่มีโรคตาแดงข้างเดียวแบบเรื้อรัง ชนิดนี้ต้องส่งปรึกษาแพทย์
 อาการปวดตา หรือมองแสงจ้าไม่ได้ มักจะเกิดจากโรคชนิดอื่น เช่น ต้อหิน ม่านตาอักเสบ เป็นต้น ดังนั้น หากมีตาแดงร่วมกับปวดตา หรือมองแสงไม่ได้ ต้องรีบพบแพทย์ อาการตามัว แม้ว่ากะพริบตาแล้วก็ยังมัวอยู่ โรคตาแดงมักจะเห็นปกติ หากมีอาการตามัวร่วมกับตาแดงต้องปรึกษาแพทย์
 สาเหตุอื่น เช่น การเป็นหวัด การใช้ยาหยอดตา น้ำตาเทียม เครื่องสำอาง โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ประจำ เป็นต้น
การป้องกันโรคตาแดง
 ไม่ควรใช้เครื่องสำอางร่วมกับคนอื่น ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้า หรือผ้าเช็ดตัวร่วมกัน ล้างมือบ่อยๆ อย่าขยี้ตาบ่อย และควรล้างมือก่อน หรือหลังขยี้ตา ใส่แว่นตากัน ถ้าต้องเจอสารเคมี อย่าใช้ยาหยอดตาของผู้อื่น อย่าว่ายน้ำในสระที่ไม่ได้ใส่คลอรีน ยาหยอดตาเมื่อไม่ใช้ ให้ทิ้งไป เช็ดลูกบิดด้วยน้ำสบู่เพื่อฆ่าเชื้อโรค
การรักษาตาแดงด้วยตัวเอง
 ประคบเย็นวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ10-15 นาที ล้างมือบ่อยๆ อย่าขยี้ตาเพราะจะทำให้ตาระคายมากขึ้น และแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ ใส่แว่นกันแดด หากมองแสงสว่างไม่ได้ ห้ามใส่ contact lens ช่วงที่มีตาแดง เปลี่ยนปลอกหมอนทุกวัน เปลี่ยนหมอนทุก 2 วัน  หากมีอาการต่อไปนี้ ให้รีบพบแพทย์ ตามัวลง ปวดตามากขึ้น กรอกตาแล้วปวด ไข้ ให้ยาไปแล้ว 48 ชั่วโมงไม่ดีขึ้น น้ำตายังไหลอยู่แม้ว่าจะได้ยาครบแล้ว แพ้แสงอย่างมาก
โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล
โทร. 02-877-1111