
สามี(ตัวดี)ท้องไม่รับ
ดิฉันและสามีแต่งงานและอยู่ด้วยกันมา 10 ปี แต่ขอเล่าย้อนกลับไปถึงก่อนปี 2549 ดิฉันเคยทราบมาว่า ก่อนหน้าที่จะแต่งงานกันนั้น สามีดิฉันได้ไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่ง
เมื่อดิฉันสงสัยจึงติดตามสืบเรื่องจนสามีทิ้งดิฉันและไปอยู่กับภรรยาคนใหม่ประมาณ 2 เดือน ประจวบกับเวลานั้น เขาถูกไล่ออกจากงาน จึงได้กลับมาหาดิฉันอีก ซึ่งครั้งแรกดิฉันดีใจ แต่คิดว่าคงเป็นแผนของสามี เพราะหลังจากนั้นดิฉันตั้งท้องได้ 3 เดือน ภรรยาใหม่ของสามีก็โทรมาหาดิฉันและพูดว่า "ท้องเหมือนกัน"
ดิฉันช็อก แต่ในใจคิดว่าแกล้งพูดเพื่อเอาชนะ ดิฉันจึงให้เธอไปฝากท้องพร้อมดิฉัน แต่เธอปฏิเสธและบอกว่าจะทำแท้งเด็ก จนเรื่องราวผ่านมาทุกวันนี้สามีดิฉันไปหาเธอทุกเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดพิเศษ หรือไม่ก็ไปเท่าที่สามีอยากจะไป
ดิฉันเป็นทุกข์มากค่ะ วันนี้ทราบว่าสามีดิฉันค้ายาเสพติดและเสพยาด้วย ทำให้ไม่มีเวลามารับ-ส่งลูกและโทรหาดิฉันเลย ดิฉันปรึกษาเพื่อนว่าอยากให้สามีติดคุกดีไหม ดิฉันสับสนค่ะ หาทางออกไม่ได้ในขณะนี้ อยากทราบว่าควรทำอย่างไรดีคะ
มน
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า กรณีนี้ไม่ได้ให้ข้อมูลมาว่าคุณได้จดทะเบียนสมรสกับสามีหรือไม่ จึงขอให้คำแนะนำในภาพรวมว่า หากไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แล้วสามีไปมีผู้หญิงอื่น แล้วคุณต้องการจะเลิกกับสามีก็สามารถทำได้เลย เพราะไม่มีผลทางกฎหมาย มีเพียงแต่ทรัพย์สินที่ต้องแบ่งกัน ที่เป็นทรัพย์สินร่วมที่ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง
แต่ถ้าได้จดทะเบียนสมรสกัน ก็ถือว่าคุณเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อหย่าขาดจากกัน ทรัพย์สินที่หามาได้หลังจากแต่งงานอยู่กินด้วยกัน ก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง เพราะเป็นสินสมรส
ส่วนเรื่องสามีมีเมียน้อยนั้น ถ้าไม่ได้จดทะเบียน ก็ยากที่จะฟ้องร้องเรียกร้องค่าเสียหายจากเธอ และกรณีของคุณกับสามี ถ้าแยกกันอยู่ด้วยความสมัครใจทั้งสองฝ่ายเกิน 3 ปี ก็มีสิทธิ์ฟ้องหย่าได้ แต่ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นการทิ้งร้าง 1 ปี ฝ่ายที่ถูกทิ้งร้างก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องหย่าได้
และเรื่องที่สามีค้ายานั้น เป็นเรื่องที่คุณต้องตัดสินใจเอง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย คุณควรใคร่ครวญดูถึงความถูกต้อง เพราะถ้าวันหนึ่งตำรวจสืบทราบสามีคุณซึ่งทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกจับ ดังนั้นก็อยู่ที่คุณแล้ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับสามี เรื่องนี้ตอบยาก
ลุงแจ่ม



