
'ซอฟต์แวร์ผี'ปราบได้ประเทศไทยรวย
แทบจะร้องเพลงของ เสก โลโซ ได้ทุกเพลง ในราคารวมอัลบั้มเสกเพียง 50 บาท หรือแผ่นหนังชนโรง 80 บาท ดูได้ทั้งครอบครัว แถมยังแบ่งปันเพื่อนบ้านได้ด้วย ไม่ต้องจ่ายคนเดียว 160 บาท
เชื่อเถอะว่าทุกคนต้องเคยเห็นและอุดหนุนซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือเรียกกันง่ายๆ ว่า ซอฟต์แวร์ผี ก้างชิ้นใหญ่ที่ขัดขวางการพัฒนาในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์บันเทิง ทำให้หลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพยายามที่จะป้องกันและลดการละเมิดลิขสิทธิ์
"สถานการณ์ของไทยถือว่าประสบความสำเร็จ โดยสามารถลดการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนบนพีซีลงอย่างต่อเนื่อง" โรแลนด์ ชาน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ กลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ หรือบีเอสเอ (BSA) เล่าสถานการณ์
แต่เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น บีเอสเอร่วมกับไอดีซี (IDC) บริษัทวิจัยตลาดระดับโลก ได้ศึกษาผลของการลดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ต่อสภาพเศรษฐกิจของโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศนั้นๆ เพื่อกระตุ้นให้ภาครัฐเห็นประโยชน์และกระตือรือร้นที่จะร่วมมือกัน โดยศึกษาใน 42 ประเทศ ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย
"แม้จะทำเพียง 42 ประเทศ แต่ก็ถือว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มียอดขายซอฟต์แวร์คิดเป็น 93% ของยอดขายทั่วโลก ขณะที่ 13 ประเทศในเอเชียแปซิฟิกก็ครองยอดขาย 98% ของยอดขายทั้งหมดในภูมิภาคนี้" ผู้บริหารบีเอสเอชี้
การศึกษาทำใน 2 กรอบ คือ การลดอัตราละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ลงได้ 10% ภายในระยะเวลา 4 ปี และระยะเวลา 2 ปี จะก่อให้เกิดผลประโยชน์อย่างไรในทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และรายได้สู่รัฐบาลในรูปของภาษี
ผลการศึกษาพบว่า หากลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ได้ 10% ในเวลา 4 ปี จะทำให้เกิดการจ้างงานอีก 5 แสนตำแหน่งงาน, เกิดกิจกรรมทางธุรกิจซอฟต์แวร์ปลายน้ำอีกกว่า 4 ล้านล้านบาท และจะเกิดรายได้ของภาครัฐในรูปภาษีอีกกว่า 9.6 แสนล้านบาท แต่หากสามารถร่นเวลาการลดอัตราละเมิดได้เป็น 2 ปี ประโยชน์ที่ได้ก็จะเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจปลายน้ำที่จะเพิ่มเป็น 5,000 ล้านล้านบาท รายได้รัฐก็จะกลับมาในรูปภาษีอีก 1.3 ล้านล้านบาท
สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะสร้างตำแหน่งงานใหม่ถึง 3.5 แสนตำแหน่ง หากลดการละเมิดได้ภายใน 4 ปี จะเพิ่มจีดีพีเป็น 1.2 แสนล้านบาท ภาษีคืนรัฐอีกกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท แต่หากใช้เวลา 2 ปี จีดีพีจะเพิ่มเป็น 1.7 แสนล้านบาท ภาษีคืนรัฐอีก 3.6 หมื่นล้านบาท
ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย นายโรแลนด์ชี้ว่า ปัจจุบันอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บนพีซีอยู่ที่ 75% หากสามารถลดลงอีก 10% ในระยะเวลา 4 ปี จะก่อให้เกิดการจ้างงานใหม่ 2,175 ตำแหน่ง กระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 38,900 ล้านบาท และรัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีเพิ่มอีกกว่า 2,200 ล้านบาทภายในปี 2556
แต่หากสามารถลดได้ 10% ใน 2 ปี และรักษาอัตราที่ลดลงไว้ได้ ภายในปี 2556 จะกระตุ้นเศรษฐกิจและการจัดเก็บภาษีเพิ่มอีก 32% เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจมูลค่า 51300 ล้านบาท รัฐบาลจัดเก็บภาษีเพิ่มเป็น 2,900 ล้านบาท
"การลดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เป็นโอกาสดีสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพราะจะเกิดประโยชน์มูลค่ามหาศาลให้แก่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ รวมไปถึงรัฐบาลและสภาพเศรษฐกิจโดยรวม" ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของบีเอสเอ กล่าว
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ว่าไทยเราจะสามารถลดได้ 10% ภายในระยะเวลา 4 ปีได้หรือไม่นั้น นายโรแลนด์ กล่าวยิ้มๆ ว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนผู้ใช้งาน ให้ทำความเข้าใจ ศึกษา สนับสนุนทรัพย์สินทางปัญญา และหลีกเลี่ยง ลด เลิกใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์
ไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้จะใช้เวลากี่ปี แต่หากทำได้จริงก็คงสร้างประโยชน์มหาศาลให้แก่ทุกฝ่าย
สาลินีย์ ทับพิลา



