ไลฟ์สไตล์

ตะลุย"กวางโจว"กับสำนักข่าวซีอาร์ไอ(2)สัมผัสความอลังการสวน"จินเจียงจงกว๋า"

ตะลุย"กวางโจว"กับสำนักข่าวซีอาร์ไอ(2)สัมผัสความอลังการสวน"จินเจียงจงกว๋า"

24 ต.ค. 2553

การได้สัมผัสความศิวิไลซ์ของ "มหานครเสิ่นเจิ้น" เมืองเศรษฐกิจพิเศษของจีนตามโครงการ "สื่อมวลชนไทย-จีนเจาะข่าวกวางตุ้ง" วันนี้ไม่เพียงเป็นเมืองที่บ่งบอกถึงความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของแดนมังกรเท่านั้น แต่พวกเขายังไม่ลืมอดีตอันยากจนข้นแค้นที่ถูกบันทึกไว้ใน

หลังตระเวนเยี่ยมชมสถานที่สำคัญๆ ของเมืองกวางโจว ตลอดจนสถานที่จัดงานมหกรรมเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 (กวางโจวเกมส์) ที่ตำบลพันอู๋ อยู่ทางทิศใต้ของกวางโจว จากนั้น เติ้ง หง (Deng Hong) รองผู้อำนวยการสำนักงานสารนิเทศ มณฑลกวางตุ้ง หัวหน้าคณะและ ลู่ หย่งเจียง (Lu yong jang) หัวหน้าข่าวภาคภาษาไทย สำนักข่าวซีอาร์ไอ รองหัวหน้าคณะพาพวกเราไปสัมผัสมหานครเสิ่นเจิ้น อยู่ห่างจากเมืองกวางโจวไปทางทิศใต้ประมาณ 200 กิโลเมตร เป็นเมืองชายแดนริมฝั่งแม่น้ำตรงข้ามกับเกาะฮ่องกง มีพื้นที่ราว 2,020 ตารางกิโลเมตร
 
 เติ้ง หง ให้รายละเอียดความเป็นมาของเมืองระหว่างเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เสิ่นเจิ้นว่า สมัยก่อนเสิ่นเจิ้นเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ต่อมาในปี 1980 ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยผู้ที่จุดประกายให้เกิดเขตเศรษฐกิจเสิ่นเจิ้นก็คือ เติ้ง เสี่ยว ผิง อดีตผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของจีน เสิ่นเจิ้น แปลว่าร่องน้ำลึก ปัจจุบันมหานครแห่งนี้มีสถานะเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ที่สุด และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดของจีน มีประชากรทั้งสิ้นราว 14 ล้านคน และปีนี้มีอายุครบ 30 ปีพอดี

 เสิ่นเจิ้น ไม่เพียงเป็นมหานครที่สำคัญทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมซ่อนอยู่ในรูปของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางมหานคร พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นอาคารหลังใหญ่มีเอกลักษณ์ที่เด่นเป็นสง่าที่แวดล้อมไปด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ ภายในประกอบด้วย 3 ชั้น แต่ละชั้นจะมีการจัดแสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมาเมืองเสิ่นเจิ้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจบัน นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุ ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนธรรมและศิลปะ โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม (ฟรี) มาตั้งแต่ปี 1988 จนถึงปัจจุบัน  

 ส่วนเมืองจำลองหรือหน้าต่างแดนมังกร ห่างจากอาคารพิพิธภัณฑ์เสิ่นเจิ้นไม่มากนัก ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งที่ผู้มาเยือนมหานครเสิ่นเจิ้นไม่ควรพลาด หากจะสัมผัสสถานที่สำคัญๆ และวัฒนธรรมชนเผ่าดั้งเดิมของจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเมืองจำลองแห่งนี้มีชื่อว่า สวนจินเจียงจงกว๋า ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่าสามแสนสามหมื่นตารางเมตร ภายในประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีนไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงเมืองจีน พระราชวังฤดูร้อน ถ้ำผา ป่าหินในมณฑลยูนนาน หมู่บ้านชนเผ่าในต้าลี่ และอีกหลากหลายสถานที่สำคัญกว่า 81 แห่ง ที่ถูกรวบรวมไว้ที่นี่เพียงที่เดียวเท่านั้น

 ทันทีที่ไปถึงปากทางเข้าจะสังเกตเห็นโคมไฟสีแดงติดตั้งเป็นแนวยาว ขนานไปกับร้านขายของที่ระลึก หลังซื้อบัตรผ่านประตูตกราวคนละ 120 หยวน จากนั้นก็เข้าสู่เมืองจำลอง โดยมี หยู๋ ชิง ชิง (Yu jing jing) สาวน้อยหน้าใสเป็นไกด์ประจำสวนต้อนรับคณะเรา ก่อนพาตะลอนเยี่ยมชมตามจุดต่างๆ โดยภายในจะแบ่งออกเป็น 2 โซนคือ Splendid China ซึ่งจะเป็นสถานที่สำคัญในจีน และ China Folk Culture Villages เป็นโซนวัฒนธรรมจีน นอกจากนี้ก็จะมีการแสดงกลางแจ้งให้ชม อาทิ แสดงการรบของชาวมองโกเลีย และการต่อสู้ผาดโผนบนหลังม้า และการแสดงบนเวที

 หลังพักเหนื่อยอยู่ครู่ใหญ่ ไกด์คนเดิมก็พาพวกเราชมจุดแรก อยู่ตรงปากประตูเมือง ซึ่งเป็นกำแพงหลงเหมินประตูมังกร เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน จากนั้นก็มาดูความอลังการของป่าหินงามในมณฑลยูนนาน แล้วก็เป็นหมู่บ้านชนพื้นเมืองดั้งเดิม ตั้งอยู่ตามไหล่เขาที่เมืองต้าลี่ 

 เมื่อเดินมาเรื่อยๆ ก็จะเจอสวนเฟื่องฟ้า ซึ่งไกด์บอกว่าเป็นดอกไม้ประจำเมืองเสิ่นเจิ้น ใกล้กันจะเป็นภูเขาเหลือง ในมณฑลฮันฮุย ถัดมาเป็นหมู่บ้านน้ำในมณฑลเจอเจี้ยง สวนซูโจว วังโบราณ เก๋งจีนนกกระสาเหลือง กำแพงเมืองจีนและอีกมากมาย ก่อนที่จะมาชมการแสดงศิลปะการต่อสู้การรบของชาวมองโกเลีย และการต่อสู้ผาดโผนบนหลังม้า และการแสดงบนเวที 

 จากนั้นก็เดินเยี่ยมชมหมู่บ้านวัฒนธรรม “China Folk Cultural Village” ซึ่งเป็นศูนย์แสดงชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของชนเผ่าน้อยใหญ่ ที่กระจายอยู่ตามมณฑลต่างๆ ทั่วประเทศจีน โดยสร้างเท่าขนาดจริง 24 แห่ง จากทั้งหมด 56 เผ่าทั่วประเทศ ท่ามกลางมวลไม้และสายน้ำที่ร่มรื่นสวยงาม มีชนเผ่าเจ้าของบ้านให้การต้อนรับ

  นอกจากนี้ยังมีการแสดงกิจกรรมประจำเผ่าให้ชม เช่น การเย็บปักถักร้อย การทำขนม การร้องรำทำเพลง นำท่านชมการแสดงแสงสีเสียงซึ่งแสดงโดยนักแสดงชาวจีนจากเผ่าต่างๆ รวมทั้งการแสดงกายกรรมจีน ที่สวยงามลีลาอ่อนช้อยผสมความตื่นเต้นเร้าใจ 

 "หมู่บ้านชนเผ่าจ้วงของมณฑลกวางสี จะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนใหญ่จะต้องแวะดูที่นี่และซื้อของที่ระลึกกัน ส่วนกลางคืนก็จะมีการแสดงแสงสีเสียงทุกคืน แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมไม่ต่ำกว่า 16 ล้านคน" ไกด์คนเดิมเผยข้อมูล ก่อนโบกมืออำลา พร้อมส่งยิ้มอย่างเป็นมิตร ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งคงจะมาเยือนสวนแห่งนี้อีก
               ต่ออาทิตย์หน้า

สุรัตน์ อัตตะ