ไลฟ์สไตล์

ในหลวงทรงรับสั่งกู้รพ.มหาราชเร็วที่สุด

ในหลวงทรงรับสั่งกู้รพ.มหาราชเร็วที่สุด

23 ต.ค. 2553

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสั่งให้กู้โรงพยาบาลมหาราชโคราชให้กลับมาบริการประชาชนให้เร็วที่สุด ด้วยการปิดทางน้ำเข้าระบายน้ำออก "จุริทร์" เผย รพ.สธ.จมน้ำ 4 แห่ง สั่งอภ.ผลิตยาชุดเพิ่ม 5 แสนชุด ประสาน 4 รพศ/รพทผลิตยาแก้คันวันละ 5 พันตลับ

เมื่อวันที่ 22 ต.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุขของสธ.ว่า โดยภาพรวมมีพื้นที่ที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 3 จังหวัด ได้แก่ นคราชสีมา ลพบุรี และชัยภูมิ โดยมีโรงพยาบาลสังกัดสธ.ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ รพ.มหาราชนครราชสีมา รพ.สุขภาพจิตนครราชสีมา รพ.พิมาย จ.นครราชสีมาและรพ.ชัยภูมิ และรพ.เอกชน 1 แห่ง คือรพ.เซนแมรี่ จ.นครราชสีมา

 สำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุข ได้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทั้งสุขภาพกายและใจแล้ว 94 หน่วย มีผู้มารับบริการแล้ว 14,080 คน ส่วนใหญ่เป็นโรคน้ำกัดเท้า ปวดเมื่อย ผิวหนังและเครียด วิตกกังวล รวมถึง ให้เร่งดำเนินการสำรองและกระจายยา เวชภัณฑ์และสิ่งจำเป็นลงพื้นที่โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ให้มีการเตรียมการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุและผู้พิการที่อยู่ที่บ้าน โดยประสานกับหน่วยการแพทย์ฉุกเฉินตำบลในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือทันท่วงที

 “ในส่วนของโรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ที่มีแนวโน้มน่าห่วงน้ำท่วม ให้ดำเนินการแก้ไขไม่ให้โรงพยาบาลน้ำท่วม ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกำลังดำเนินการ เช่น ทำคันกั้นน้ำหรือเขื่อนและเตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำ ทั้งหมดเพื่อให้โรงพยาบาลสามารถให้บริการประชนได้ ส่วนโรงพยาบาลที่ประสบภาวะน้ำท่วม ผมจะสรุปความเสียหายเบื้องต้นเสนอคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 26 ต.ค.นี้”นายจุรินทร์กล่าว

คาดรพ.มหาราชฯเปิดบริการอังคารนี้

นพ.ธวัชชัย กมลธรรม สาธารณสุขนิเทศก์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่รพ.พิมาย ยังสามารถให้บริการประชาชนได้ตามปกติ โดยทำเป็นสะพานทอดให้ประชาชนเดินเข้าโรงพยาบาล ผู้ป่วยในยังไม่จำเป็นต้องโยกผู้ป่วย ส่วนรพ.ชัยภูมิ ภายในโรงพยาบาลน้ำลดลง 30 ซม. บริเวณหน้ารพ.น้ำยังสูง 60 ซม.แต่สามารถเปิดบริการผู้ป่วยนอกได้ด้วยการให้ประชาชนนั่งเรือ ผู้ป่วยในเปิดบริการตามปกติ
กำจัดของเสียจากรพ.ดีไม่น่าห่วง

นพ.ธวัชชัย กล่าวอีกว่า สำหรับรพ.มหาราชนครราชสีมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีกระแสรับสั่งผ่านนายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ให้กู้โรงพยาบาลกลับมาบริการประชาชนให้เร็วที่สุด ด้วยการปิดทางน้ำเข้า ระบายน้ำออก ซึ่งโรงพยาบาลกำลังดำเนินการปิดทางน้ำเข้าด้วยการนำกระสอบทรายมากั้นเป็นแนวป้องกันน้ำเข้า

และคาดว่าภายในวันอังคารนี้จะสามารถเปิดบริการผ่าตัดและตรวจผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในได้ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ โดยจากการตรวจสอบระบบน้ำเข้าภายในโรงพยาบาลพบว่ามีคุณภาพไม่มีเชื้อแบคทีเรียสามารถใช้ในการผ่าตัดได้ กรณีน้ำเสียที่ปล่อยออกจากห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลจะมีการเตรียมแท๊งค์น้ำขนาด 3,500 ลิตรบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยออก ส่วนขยะจะมีรถของเทศบาลมาทำการเก็บโดยที่ไม่มีเหลือหรือลอยน้ำแต่อย่างใด ที่สำคัญขยะติดเชื้อบริษัทเอกชนจะมารับไปทำลาย

อภ.ผลิตยาชุดเพิ่ม5แสนชุด

นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดสธ. กล่าวว่า สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือการดำเนินการป้องกันไม่ให้น้ำท่วมโรงพยาบาล เพราะหากน้ำท่วมโรงพยาบาลที่เป็นแหล่งช่วยเหลือ ชาวบ้านก็จะทำให้ระบบช่วยเหลือแย่ไปด้วย จึงอาจจำเป็นต้องสั่งการให้สร้างเขื่อนหรือแนวกั้นน้ำหรือหาเทคนิคในการป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ประสบภัยน้ำท่วมเกือบทุกปี

นพ.ณรงค์ สหเมธพัฒน์ รองปลัดสธ. ในฐานะประธานศูนย์ฯ กล่าวว่า ศูนย์ฯสธ.ได้มอบหมายให้ องค์การเภสัชกรรม(อภ.)ได้ผลิตยาชุด 5 แสนชุด ยาแก้คันและน้ำกัดเท้าอย่างละ 1 พันชุดสำหรับส่งไปยังพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม นอกจากนี้ ประสานให้โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป(รพศ./รพท.) ได้แก่ รพ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี รพ.พหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี รพ.อยุธยาและรพ.ราชวิถี ดำเนินการผลิตยาแก้คัน วันละ 5 พันตลับเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในจังหวัดน้ำท่วมด้วยและให้จังหวัดน้ำไม่ท่วมจับมือคู่กับจังหวัดที่น้ำท่วมในการประสานความช่วยเหลือ

เฝ้าระวัง5โรคสำคัญ

นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า จังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมต้องเข้มข้นการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคที่มากับน้ำท่วม 5 โรคสำคัญที่พบบ่อยในภาวะอุทกภัย ได้แก่ 1.โรคอุจจาระร่วง 2.โรคไข้ฉี่หนู 3.ไข้หวัดใหญ่ 4. ปอดบวม 5.ตาแดง และโรคอื่น ๆ เช่น แผลติดเชื้อรวมทั้งโรคหัด ซึ่งมักเกิดการระบาดได้ง่ายเมื่อมีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น ตามจุดอพยพต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบการระบาดของโรคดังกล่าว
“ขอให้ผู้ประสบภัยพยายามหลีกเลี่ยงการลุยน้ำแช่น้ำ พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะหากอดนอนจะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายอ่อนแอลง อาจเจ็บป่วยได้ง่าย และให้เฝ้าระวังสังเกตอาการเจ็บป่วย โดยโรคไข้ฉี่หนู อาการจะมีไข้สูง ปวดตามกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่อง ไข้หวัดจะมีไข้ ไอ อ่อนเพลีย หากอาการหนักและมีอาการปอดบวมแทรก จะมีไข้สูง ไอ เหนื่อยหอบ หายใจขัด หายใจไม่อิ่ม อ่อนเพลีย เจ็บหน้าอก หากมีอาการเหล่านี้ขอให้รีบไปพบแพทย์รับการรักษา หรือแจ้งอสม.หรือหน่วยงานต่างๆ เพื่อประสานขอรับความช่วยเหลือโดยเร็ว”นพ.ณรงค์กล่าว