
คุณเดือดร้อน แต่สามีไม่เดือดร้อน
ดิฉันมีเรื่องอยากปรึกษาด้านกฎหมายค่ะ คือว่า เป็นหนี้ที่เกิดจากดิฉันเองเป็นคนเอาเงินมาใช้ เนื่องจากก่อนหน้านั้น เคยทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มีหน้าที่การงานดี จึงมีบัตรเครดิตหลายใบ
จนกระทั่งเกิดปัญหาตกงาน แต่ตอนนี้ได้งานทำแล้วค่ะ ขณะนี้มีหนี้บัตรกดเงินสดและบัตรเครดิต รวมแล้วประมาณ 5 ใบ มีหนี้ทั้งหมดประมาณ 4 แสนกว่าบาท
หลังจากมีงานทำ ดิฉันก็พยายามที่จะชำระหนี้ แต่เนื่องจากตกงานอยู่เกือบ 2 ปี เมื่อทำงาน หนี้สินที่มีอยู่ก็เริ่มหมุนส่งไม่ไหว จึงปล่อยให้ว่ากันไปตามกระบวนการ บริษัททวงหนี้ก็ตามจิกตลอด ซึ่งดิฉันยอมรับว่า ไม่ได้อยากเบี้ยว แต่ตอนนี้ไม่มีเงินจะพอจ่ายจริง ๆ ก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไร
อยากทราบว่า หนี้สินที่ดิฉันมีอยู่ในขณะนี้ จะลุกลามมาถึงสามีของดิฉันไหมคะ ดิฉันและสามีไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แล้วก็มีหมายศาลแจ้งให้ไปขึ้นศาลเดือนหน้า ดิฉันควรทำอย่างไรดีคะ ควรไปตามที่ศาลนัดหรือเปล่า ถ้าไม่ไปมีผลอย่างไรบ้างคะ
วนิดา
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้ถ้าว่ากันตามจริงในเบื้องต้นคงไม่มีเรื่องเกี่ยวพันมาถึงสามีของคุณ เพราะคุณและสามีไม่ได้จดทะเบียนกันตามกฎหมาย แต่ถ้าว่ากันในตามกฎหมายแล้ว ถ้าเจ้าหนี้สืบลึกมาถึงและรู้ว่ามีสามี แล้วก็มีทรัพย์สิน โดยที่หนี้สินที่เจ้าหนี้ต้องการทวงคืนนั้นมีมากจนถึงขนาดที่ต้องฟ้องเพื่อให้ชำระหนี้ให้ได้
เจ้าหนี้ก็จะมีการสืบตาม และในส่วนทรัพย์สินที่คุณมีกับสามีนั้น ก็จะเป็นทรัพย์สินร่วมที่ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง โดยเจ้าหนี้ก็จะมาบังคับเอาในส่วนของคุณอยู่ดี แต่กว่าจะถึงกรณีนี้ได้คงอีกนาน ดังนั้นจึงไม่อยากให้คุณกังวลเรื่องนี้ก่อน เพราะอยู่ที่ว่าเจ้าหนี้จะตามหรือไม่
ส่วนเรื่องที่จะต้องไปศาลนั้น แนะนำว่า ควรจะไป เพราะถ้าไม่ไปศาลจะพิจารณาฝ่ายเดียว และการที่คุณไม่ไปจะทำให้คุณเสียเปรียบ ไม่มีโอกาสได้โต้แย้ง หรือดูเรื่องเกี่ยวกับดอกเบี้ย หรือเงินต้น ซึ่งอาจมากกว่าความเป็นจริง ดังนั้น ทางที่ดี เพื่อแสดงว่า คุณไม่ได้ต้องการจะหนีหนี้ ก็ไปตกลงกันเลยต่อหน้าศาล และไม่ควรคุยก่อน เพราะอาจจะทำให้คุณเสียเปรียบได้
แต่ก่อนไปก็ควรจะคิดคำนวณเรื่องดอกเบี้ย และเงินที่จะสามารถใช้หนี้ได้ไปก่อนว่า จะผ่อนชำระได้มากน้อยแค่ไหน แล้วก็ไปตกลงกันต่อหน้าศาลเลย
ลุงแจ่ม



