
องคมนตรีเตือนรบ.หนุนงบวิจัยแค่9ม.ระวังอันดับลด
องคมนตรีเตือนรัฐบาลหนุนงบม.วิจัยแค่ 9 แห่ง ระวังฉุดอันดับมหาวิทยาลัยไทย แนะบทบาทที่สำคัญของอุดมศึกษาต้องเสนอทางเลือกให้ประชาชน รมว.ศธ.เตรียมจัดงบหนุนงานวิจัยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 21 ต.ค.เวล 9.00 น.มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต(มสด.) จัดการประชุมสัมมนาระดมความคิดสวนดุสิตสู่สากล โดยมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษเรื่อง”แนวโน้มการก้าวสู่สากลของสถาบันอุดมศึกษาไทย”ตอนหนึ่งว่า ตนให้ความสนใจขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.)มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)และส่งเสริมศักยภาพของแต่ละมหาวิทยาลัยให้มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก
สำหรับแนวโน้มการก้าวสู่ความเป็นสากลนั้น คือเป้าหมายหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าเมื่อสังคมไทยมีสภาพโครงสร้างทางประชาการที่เปลี่ยนแปลงไป แนวโน้มประชากรสูงอายุสูงเพิ่มมากขึ้นและการที่ประเทศไทยต้องก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 5 ปีข้างจะมีผลต่อการจัดการศึกษาของระดับอุดมศึกษาโดยตรง ที่จะต้องคำนึงว่าจะนำพาประเทศไปสู่การแข่งขันในประชาคมอาเซียนและสังคมโลกได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก แต่โครงสร้างหลายอย่างไม่ได้ปรับตัวให้ทันต่อความเจริญ ดังนั้น ความคิดเห็นที่แตกต่างของคนในสังคมจึงเพิ่มขึ้นและนำไปสู่ความขัดแย้ง
รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า สำหรับการนำมสด.ไปสู่การเป็นสากลในทัศนะของตนนั้นสิ่งที่จะต้องพัฒนาเป็นอันดับแรกคือเรื่องอัตลักษณ์ที่มีอยู่ของมหาวิทยาลัยว่าจะสามารถนำไปสู่ความเป็นเลิศได้อย่างไรและสิ่งที่ท้าทายคือจะนำมสด.ไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางและมีบัณฑิตเฉพาะทางได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้มีองค์ประกอบหลายประการได้แก่ 1.ต้องจัดการบริหารจัดการให้มีความอิสระมีความคล่องตัวอย่างแท้จริง สภามหาวิทยาลัยต้องไปคิดว่าจะทำอย่างไรในการปลูกฝังทัศนะของอาจารย์ และนิสิตให้มีความภาคภูมิใจในมหาวิทยาลัยของตนเอง
2.ระบบคัดเลือกนักศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาภาพใหญ่ของประเทศ ที่จะต้องมีความเชื่อมต่อระหว่างมหาวิทยาลัยกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมหาวิทยาลัยเองจะต้องมีหนทางที่จะเลือกช้างเผือกที่ตรงกับอัตลักษณ์ของตนเอง 3.การจัดทำกรอบมาตรฐานคุณวุฒระดับอุดมศึกษาแห่งชาติหรือTQF ซึ่งถือเป็นเรื่องระดับสากลเพื่อจะได้มีตัวชีวัดมีกรอบที่ชัดเจน และเพื่อรองรับเรื่องดังกล่าว ศธ.ก็ต้องจัดทำแผนกำลังพลของชาติ ทำให้ การจัดสรรงบประมาณต้องจัลงมาสู่ระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมากขึ้น
4.จะทำอย่างไรให้มหาวิทยาลัย ตอบสนองต่อการรับใช้สังคม เพราะถ้าการศึกษาไม่สามารถตอบโจทย์เพื่อแก้ปัญหาของประเทศได้ก็ถือว่าการปฏิรูปการศึกษาไม่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องรับผิดชอบโดยตรงเพื่อตอบโจทย์เรื่องคุณภาพของบัณฑิตที่สอดรับกับความเป็นพลเมือง และสอดรับกับการแข่งขันของประเทศและถ้าเป็นไปได้อยากให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่อยากให้มหาวิทยาลัย รับผิดชอบ 1 มหาวิทยาลัย 1 จังหวัดไม่ใช่ผลิตบัณฑิตที่ยิ่งเรียนยิ่งห่างกับท้องถิ่น และที่สุดก็ไม่อยู่กับความเป็นจริง
และ5.มหาวิทยาลัยวิจัยช่วงที่ผ่านมาเราได้ไปคัดเลือกมหาวิทยาลัย 9 แห่งให้เป็นม.วิจัยแห่งชาติ งบประมาณส่วนใหญ่จึงตกไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยเหล่านั้น ขณะที่ยังมีมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งที่จะต้องทำงานวิจัย โดยเฉพาะงานวิจัยด้านสังคมศาสตร์
"ต่อไปผมจะเพิ่มงบให้งานวิจัยส่วนนนี้ให้มากขึ้น โดยงานวิจัยนั้นต้องนำไปสู่การประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ และสามารถใช้ในการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการได้ และจะต้องจูงใจม.ที่กำลังพัฒนาเป็นม.วิจัยโดยจัดสรรงบประมาณเพื่อทำวิจัยเพิ่มมูลค่าพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม” นายชินวรณ์กล่าว
ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทของมหาวิทยาลัยไทยในการพัฒนาประเทศ” ว่า หากต้องการให้พลเมืองไทยมีพื้นฐาน ทัศนคติ และค่านิยมอย่างไรให้กำหนดไว้ในการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่นักการศึกษาต้องอย่าเพี้ยน โดยการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะต้องการสร้างพลเมืองดีให้แก่ประเทศไม่ใช่สร้างเทวดา ส่วนมหาวิทยาลัยนั้นมองว่าต้องทำวิจัยเป็นหลักเพราะถ้าไม่ทำวิจัยเป็นหลักก็เป็นได้แค่โรงเรียนมัธยมและถ้ารัฐยังมีความคิดผิดๆสนับสนุนงบประมาณเฉพาะที่เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติส่วนมหาวิทยาลัยอื่นไม่ได้รับเงินสนับสนุนตนเชื่อว่าอันดับมหาวิทยาลัยไทยคงไม่ขยับ
"ที่ผ่านมายูเนสโกได้ทบทวนพันธกิจของมหาวิทยาลัยทั่วโลก โดยเพิ่มพันธกิจจาก 3 ประการคือ งานวิจัย ผลิตบัณฑิต และบริการสังคม เป็น 6 ประการโดยอีก 3 ประการที่เพิ่มคือ พันธกิจในการเสนอทางเลือกแก่ประชาชน สนับสนุนการศึกษาระดับอื่น และทำนุบำรุงวัฒนธรรมและธรรมชาติ บทบาทและหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่ต้องทำคือการเสนอทางเลือกแก่ประชาชน ซึ่งต้องทำภายใต้บทบาทและความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย ขณะที่นักวิชาการต้องตัดอัตตาของตัวเองออกให้หมดและเสนอทางเลือกแก่ประชาชาภายใต้เงื่อนไข รู้จริง เป็นกลาง และเกิดประโยชน์ต่อบ้านเมือง นอกจากนี้มหาวิทยาลัยต้องไม่ทำงานเฉพาะในรั้วของตัวเองแต่ต้องสนับสนุนการศึกษาในระดับอื่นด้วย"องคมนตรี กล่าว



