ไลฟ์สไตล์

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (5)

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (5)

22 ต.ค. 2553

จบหลักสูตรการศึกษาจากเกษตรศาสตร์

 เมื่อปีพ.ศ.2490 หลังผ่านหลักสูตรการศึกษาเกษตรศาสตร์ 5 ปี สาขาปฐพีวิทยา ซึ่งเน้นความสำคัญเรื่องแร่ หิน ดิน ทราย ประจวบกันกับตัวฉันเองมีนิสัยเป็นคนมีวิญญาณติดแผ่นดินมาตั้งแต่เกิด

 อนึ่ง ช่วงนั้นเกษตรศาสตร์เพิ่งจะได้รับการสถาปนาขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัยใหม่ๆ นิสิตส่วนใหญ่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำวิทยานิพนธ์ ปรากฏว่าภายในชั้นเรียนของฉันซึ่งมีนิสิต 17 คน แถมหลักสูตร 5 ปี ยังต้องทำวิทยานิพนธ์ก่อนสำเร็จอีก 2 ปี ตัวฉันเองทำวิทยานิพนธ์ภายใต้หัวเรื่อง “การเปรียบเทียบวิธีวิเคราะห์ดินของภาคกลางทางเคมีรวม 5 วิธี” ซึ่งผลการวิจัยของฉันได้ผ่านหลักสูตรโดยสมบูรณ์อย่างปราศจากปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น

 ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะเหตุ ตัวฉันเองเรียนวิทยาศาสตร์เก่งเท่านั้น หากจับความจริงได้ตั้งแต่บัดนั้นแล้วว่า “ทุกวิชาคือหลักธรรมะ แม้วิทยาศาสตร์ก็เช่นกัน ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะฉันเรียนเก่ง หากตัวเองเข้าถึงเหตุและผลที่มันฝังอยู่ในศาสตร์ทุกสาขา ยิ่งสังคมศาสตร์ด้วยแล้ว ฉันจึงสรุปได้ว่าศาสตร์ทุกสาขานั้นคือภาพจำลองการหลักธรรม” หากเป็นเพราะตัวฉันเองศรัทธาในคุณงามความดีของอาจารย์คนนี้ เพราะท่านมีหลักธรรมประจำใจ มาตั้งแต่ฉันเริ่มสัมผัสกับชีวิตท่านในขณะที่เข้าเรียนชั้นปีที่ 1

 ปรากฏว่าปีนั้นมีนิสิตผ่านหลักสูตรปริญญา 5 ปี เพียง 2 คนเท่านั้นและหนึ่งในสองก็คือฉัน แถมยังมีคนเดียวที่จบในสายเคมีการเกษตร ทำให้อาจารย์ผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องการตัวไว้เป็นครูอาจารย์

 ช่วงนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังอยู่ในสังกัดของกระทรวงเกษตราธิการ ดังนั้น ผู้บริหารมหาวิทยาลัยกับผู้บริหารกระทรวง จึงเป็นคนเดียว ทำให้สามารถตัดสินใจได้ทั้งสองด้าน

 ส่วนตัวฉันเองก็ไม่ยอมอยู่กรุงเทพฯ ครั้นอาจารย์ถามว่า เธอจะไปทำงานที่ไหน ฉันตอบไปทันทีว่าต้องการออกชนบท
 นี่แหละเป็นเพราะรากฐานจิตใจที่มีอิสรภาพจึงสามารถแยกแยะเหตุผลได้อย่างคล่องตัว แม้จะเกิดกลางใจเมืองกรุงเทพฯ แต่ตัวเองก็ไม่ยอมใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกรุง

 ครั้นอาจารย์คาดคั้นว่า “เธอไปอยู่ที่นั้นทำไม น้ำประปาก็ไม่มี ไฟฟ้าก็ไม่มีจะใช้ แถมยังมีไข้ป่าชุกชุมอีกด้วย” ฉันตอบกลับไปทันทีว่า “ครับ  ผมต้องการไป”

 จากนั้นอาจารย์จึงพูดว่า  “เธอไปอยู่ที่นั้น ฉันให้ได้ก็แต่สถานภาพเป็นคนงานชั่วคราว หากเธออยู่กรุงเทพฯ ฉันมีตำแหน่งและอัตราบรรจุเตรียมไว้ให้พร้อม”แต่ฉันก็ไม่ยอมเชื่อฟัง

"ระพี สาคริก "