ไลฟ์สไตล์

ปลัดวธ.ปรับระบบการทำงานผู้บริหารใหม่

ปลัดวธ.ปรับระบบการทำงานผู้บริหารใหม่

20 ต.ค. 2553

ปลัดวธ. ปรับระบบการทำงานผู้บริหารใหม่ รองปลัดแบ่งตามเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ส่วนผู้ตรวจวธ. ดูแลคน 5-6 จังหวัด เน้นเข้าถึงการทำงานสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดและชุมชน

 เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2553  นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบ แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ของ วธ. ในตำแหน่ง รองปลัด วธ. และผู้ตรวจราชการ วธ. รวม 6 ตำแหน่ง ทำให้ขณะนี้ วธ. มีการจัดตั้งผู้บริหารระดับสูงครบแล้ว ดังนั้น ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554 ตนจะปรับนโยบายการทำงานของผู้บริการ วธ. ใหม่ โดย ในส่วนรองปลัด วธ. ซึ่งมีจำนวน 2 คน จะแบ่งการทำงานให้ตรงกับความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของผู้บริหารแต่ละคน ดังนี้ ให้ น.ส. จันทร์สุดา รักษ์พลเมือง ดูแลหน่วยงานในสังกัด วธ. ได้แก่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย(สศร.) และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (สบศ.) ส่วนนายปรารพ เหล่าวานิช ได้รับมอบหมายให้ดูแล กรมศิลปากร และ กรมการศาสนา (ศน.)

 ปลัดวธ. กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ตรวจราชการ วธ. ที่เพิ่มจำนวนจากเดิม 3 คน เป็น 6 คนนั้น ตนจะมอบหมายการทำงานให้ผู้ตรวจฯแต่ละคน ดูแลการตรวจราชการ คนละ 3 กลุ่มจังหวัด ใน 4 ภูมิภาค หรือ คนละประมาณ 5-6 จังหวัดต่อคน ซึ่งจะทำให้การตรวจราชการเข้าถึงการทำงานของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.)และ ชุมชน อย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยเฉพาะ ติดตามโครงการประจำและต่อเนื่องของ วธ. และโครงการตามนโยบายของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม ได้แก่ โครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน โครงการเข้าวัดวันอาทิตย์ โครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โครงการภายใต้แผนปรองดอง เป็นต้น ซึ่งภายหลังของการตรวจราชการแล้ว จะต้องมารายงานผลการตรวจราชการอย่าละเอียดมาที่ตนโดยตรง เพราะจะทำให้ตนได้ทราบปัญหาของแต่ละจังหวัด และสามารถหามาตรการในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่

 “ที่ผ่านมา ผมมองว่าการทำงานของผู้ตรวจราชการยังไม่ค่อยเข้มงวด และยังไม่ได้สะท้อนปัญหาของแต่ละจังหวัดได้อย่างชัดเจน ซึ่งจากนี้ไปผมมีนโยบายให้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง รองปลัด วธ. ผู้ตรวจราชการ และอธิบดี หรือ รองอธิบดีแต่ละกรม โดยมีผมเป็นประธาน เพื่อมาหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นของแต่ละจังหวัด โดยจะมีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และจะต้องมีข้อสรุปถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น”นายสมชาย กล่าว