ไลฟ์สไตล์

"หินปูน" ปัญหาที่ไม่ควรละเลย

"หินปูน" ปัญหาที่ไม่ควรละเลย

19 ต.ค. 2553

"หินปูน" เกิดจากการที่เกลือแร่ในอาหารต่างๆ ที่รับประทานเข้าไปตกตะกอนสะสมอยู่บนแผ่นคราบแบคทีเรียบางๆ ที่เคลือบอยู่บนผิวฟัน เนื่องจากแปรงฟันออกไม่หมด

 หรือเป็นบริเวณที่แปรงฟันไม่ถึง ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ บริเวณฟันหน้าล่างด้านลิ้น เนื่องจากเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้รูเปิดของท่อน้ำลาย ทำให้เกิดการตกตะกอนของเกลือแร่ได้ง่ายขึ้น ประกอบกับเป็นด้านในของส่วนโค้ง ทำให้การใช้แปรงสีฟันเข้าไปทำความสะอาดเป็นไปได้ยากขึ้น
 ผลเสียของการมีหินปูนในช่องปาก ถ้าพิจารณาในแง่ความสวยงาม หินปูนที่เกาะติดอยู่ตามคอฟัน ซอกฟัน ไม่เพียงทำให้ฟันดูไม่เรียบสะอาดตาเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ให้คราบอาหารบางอย่าง เช่น ชา กาแฟ ยางผลไม้บางชนิด ฯลฯ มาเกาะติดได้ง่ายขึ้นกว่าปกติ ทำให้ไม่สวยงามชวนมอง แค่ผลเสียอย่างแรกก็คงทำให้คุณยิ้มได้ไม่สดใส
 นอกจากความสวยงามแล้ว หินปูนยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นปากได้ด้วย เนื่องจากคราบอาหารจะเข้าไปจับตามหินปูน ทำให้เป็นแหล่งสะสมอย่างดีของเชื้อโรค ดังนั้นคนที่มีหินปูนจึงเกิดกลิ่นปากได้ง่ายกว่าคนปกติ แต่ที่รุนแรงก็คือ หินปูนเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกตามมาได้ ยิ่งถ้ามีการติดเชื้อรุนแรงมากขึ้น หรือบริเวณนั้นมีภูมิต้านทานต่ำลง จะทำให้เกิดการทำลายลึกลงไปจนถึงกระดูกเบ้าฟัน ที่เรียกว่า โรครำมะนาด มีผลทำให้เกิดกลิ่นปากรุนแรง เวลาแปรงฟันจะมีเลือดออกและฟันโยกคลอนได้ ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนออก
 โดยปกติการขูดหินปูนไม่จำเป็นต้องฉีดยาชา ยกเว้นในรายที่มีอาการเสียวฟันมาก หรือเป็นโรครำมะนาดที่หินปูนกินลึกลงไปมาก หลังการขูด บางท่านอาจมีอาการเสียวฟันเกิดขึ้นได้ เนื่องจากผิวรากฟันโผล่ออกมาในช่องปาก แต่จะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น จึงไม่ต้องกังวล
 ส่วนการดูแลฟันหลังขูดหินปูน ไม่มีอะไรพิเศษ สามารถแปรงฟันได้ตามปกติ แต่ควรเพิ่มเครื่องมือทำความสะอาดซอกฟัน เช่น ไหมขัดฟัน แปรงซอกฟัน เข้าไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้สามารถทำความสะอาดฟันได้อย่างหมดจดมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณซอกฟันที่การแปรงฟันเข้าไม่ถึง นอกจากนั้น ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ เพื่อทำให้เนื้อฟันแข็งแรงขึ้น และช่วยลดอาการเสียวฟันด้วย
 สิ่งที่ต้องไม่ลืมหลังจากนั้นก็คือ ควรมาตรวจเช็กฟันและขูดหินปูนทุก 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้ง เนื่องจากภายในเวลา 6 เดือนจะมีหินปูนขึ้นมาเกาะบ้างแล้ว แต่ในบางกรณีอาจต้องทำบ่อยครั้งกว่านั้น เช่น ในรายที่จัดฟัน ซึ่งทันตแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม
 สำหรับการป้องกันการเกิดหินปูน สิ่งสำคัญลำดับแรกก็คือ การแปรงฟันอย่างทั่วถึงโดยเฉพาะบริเวณฟันหน้าล่างควรแปรงให้นาน เพราะมีโอกาสเกิดหินปูนได้ง่าย แต่ที่พบส่วนใหญ่มักจะละเลยการแปรงฟันบริเวณนี้ นอกจากนั้นการใช้แปรงสีฟันในการทำความสะอาดฟันอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ควรใช้อุปกรณ์บางอย่างเข้ามามีส่วนช่วย เช่น การใช้ไหมขัดฟัน แปรงซอกฟัน เป็นต้น จะทำให้ฟันสะอาดขึ้น ไม่มีคราบหลงเหลืออยู่
 ปัญหาหินปูน หากได้รับการตรวจพบและรักษาแต่เนิ่นๆ จะเป็นผลดีต่อสุขภาพช่องปากและฟัน แต่หากปล่อยไว้จนลุกลามไปถึงความผิดปกติรุนแรงอย่างอื่น การจะรักษาฟันให้อยู่คู่ปากไปนานๆ คงจะเป็นไปได้ยาก

โรงพยาบาลยันฮี
โทร.1723