ไลฟ์สไตล์

ลงทุนภาคเกษตรในลาวน่าสนใจ

ลงทุนภาคเกษตรในลาวน่าสนใจ

20 ต.ค. 2553

ขณะที่ทั่วโลกรวมถึงไทยกำลังประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา การเจริญทางเศรษฐติดลบ แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว) หรือเรียกง่ายๆ ว่า ลาว กลับสวนทาง มีการเติบทางด้านเศรษฐกิจถึงปีละ 4%

 นี่เป็นข้อมูลที่มาจากการประชุมคณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) ที่มี คุณอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธาน ที่จัดสัมมนากลุ่มในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์หุ้นส่วนเศรษฐกิจเพื่อบ้านไทย-ลาว” เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2553 ที่ห้องประชุม 1 สำนักงานสภาที่ปรึกษาฯ คณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ

 การสัมมนาในครั้งนั้น เกิดมาจากคณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีการประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคณะทำงานกับผู้ประกอบการไทยในประเทศลาว และตัวแทนภาคเอกชนในพื้นที่ จ.หนองคาย ด้วย อาทิ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า และสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย รวมทั้งส่วนราชการ เมื่อวันที่ 8-10 สิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา

   การเติบโตทางเศรษฐกิจของลาวปีละ 4% นั้น คุณอุทัย บอกว่า มาจากนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล ส.ป.ป. ลาว ที่ปรับโครงการสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ จากเดิมที่พึ่งพาภาคเกษตรเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ เข้ามาลงทุนด้านอุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรมากขึ้น นอกจากนี้ลาวมีโครงการการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ทำให้เกิดการหมุนเวียนของสภาพคล่องทางการเงิน และเงินสำรองของประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น

 ตรงนี้แหละที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศลาวมีเสถียรภาพทางการเงิน และเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการลงทุนที่ได้รับความสนใจจากประเทศต่างๆ เพิ่มมากขึ้น รวมถึงนักลงทุนของไทยด้วยที่ลงทุน โดยเฉพาะการผลิตและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น ยางพารา กาแฟ อ้อย เป็นต้น

 เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ ส.ป.ป.ลาว ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาวะเศรษฐกิจและการค้าชายแดนไทย-ลาว ที่มีเขตติดต่อยาวกว่า 1,600 กิโลเมตร และมีมูลค่าด้านการค้าชายแดนไทย-ลาว ปีละ 7-8 แสนล้านบาท คณะทำงานเศรษฐกิจมหภาคฯ จึงได้สรุปการสัมมนาในครั้งนั้นว่า "จะจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนระหว่างประเทศไทย-ลาวอย่างยั่งยืน"

 ขณะนี้ คุณอุทัย บอกว่า เตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาประกอบด้วย 5 เรื่องหลัก คือ 1.ยุทธศาสตร์การถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ 2.ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางการศึกษา วิจัยและพัฒนา 3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องทางการเกษตร 4.ยุทธศาสตร์ทางด้านการขนส่งสินค้า และ 5.ยุทธศาสตร์ทางด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยว

 จะเริ่มจากความร่วมมือด้านการเกษตรบนพื้นฐานการพึ่งพากัน ซึ่งประเทศลาวมีศักยภาพทางด้านวัตถุดิบเป็นจำนวนมาก ส่วนไทยมีศักยภาพทางด้านการตลาด หากมีการร่วมมือกันจะเกิดประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ประเทศครับ

 น่าสนใจครับ เพราะ ส.ป.ป.ลาว มีอะไรหลายอย่างที่เหมือนไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี อาหารการกิน และที่สำคัญอยู่เหมือนกันด้วย

"นายสวีสอง"