
คนดังทำงานทูตช่วยต้านมะเร็งเต้านม
อย่างที่รู้ๆ กันว่าโรค "มะเร็งเต้านม" คือ มัจจุราชร้ายอันดับหนึ่งที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทย ด้วยเหตุนี้ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ภายใต้การนำของ รศ.นพ.กฤษณ์ จาฎามระ หัวหน้าศูนย์ฯ และ คุณหญิงฟิโนล่า จาฎามระ
พญ.ปิยะชนก ตั้งคารวะคุณ อดีตแพทย์ประจำโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่พอทราบว่าได้รับการคัดเลือกให้เป็นทูตโครงการรณรงค์ต้านภัยมะเร็วเต้านม 2553 เป็นปีแรก เผยว่ารู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจที่มีส่วนร่วมรณงค์เกี่ยวกับโรคร้ายนี้ ตั้งใจจะทำงานประชาสัมพันธ์ให้ผู้หญิงทราบว่าจะสามารถป้องกันโรคนี้ได้อย่างไร โดยเชื่อว่าทุกคนสามารถช่วยได้ เพราะเป็นเรื่องค่อนข้างใกล้ตัว มีคนเป็นกันมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ยากไร้
"ผู้หญิงทุกวัยมีโอกาสเป็นโรคนี้ โดยเฉพาะครอบครัวที่เคยมีประวัติมาก่อน คุณย่าคุณยาย แม่ พี่สาวเคยเป็น ก็ยิ่งต้องดูแลตัวเองมากกว่าปกติ จึงต้องพยายามดูแลตัวเองให้ดีตั้งแต่ต้น ตรวจคัดกรองตั้งแต่ก่อนพบแพทย์ ด้วยวิธีง่ายๆ หัดสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวหนังบริเวณอกว่า มีสิ่งผิดปกติหรือไม่ มีก้อนเนื้อไหม นอกจากนี้คนรอบข้างและครอบครัวก็มีส่วนช่วยได้ คอยเตือนผู้ที่มีภาวะเสี่ยงเป็นเศษ สำหรับตัวเองถึงจะเป็นแพทย์ทั่วไปก็มีกรณีผู้มาคัดกรองมะเร็งเต้านมเหมือนกัน ซึ่งโรคนี้ถ้าเป็นระยะเริ่มต้นสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่หากเป็นมานานแล้วก็ต้องรักษากันต่อเนื่องและยาวนาน ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิต คนที่เป็นแล้วจึงต้องสู้ ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ที่สำคัญครอบครัวและคนรอบข้างต้องให้กำลังใจค่ะ" คุณหมอยังสาว ฝากกำลังใจ
ด้านสาวมากความสามารถและใจดี เกรซ มหาดำรงค์กุล ซึ่งรับหน้าที่ทูตโครงการ ติดต่อกันมานาน 3 ปี เล่าถึงหน้าที่ว่า อันดับแรกก็คือ การร่วมถ่ายรูปเพื่อไปทำโปสเตอร์รณรงค์ให้ความรู้ แต่เธอเองกลับรู้สึกว่ายังไม่พอ จึงใช้ความสามารถของตัวเองช่วยเสริม เช่น การออกแบบปากกาเป็นรูปริบบิ้นสีชมพูสัญญาลักษณ์ของโครงการต่อต้านมะเร็งเต้านม บรรจุในแพ็คเก็จจิ้งกิ๊บเก๋มอบให้ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์โครงการ ไปจำหน่ายเพื่อนำเงินไปรักษาผู้ป่วย
"อีกอันสดๆ ร้อนๆ เกรซออกแบบกล่องจากกระเบื้อง โดยเลือกใช้สีชมพูขาว แล้วนำไปประมูลเพื่อจะนำรายได้มอบให้แก่ศูนย์ รวมถึงการงานพิธีกร ตามงานการกุศลเล็กๆ น้อยๆ ตามแต่จะมีโอกาส ส่วนเหตุผลที่เข้ามาช่วย เพราะเห็นว่าทั้งคุณหมอและภรรยาเป็นคนใจดี แม้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย แต่ก็ยังเสียสละลงพื้นที่ให้ความรู้และตรวจรักษา และแม้ว่าศูนย์ จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานทุนในครั้งแรก แต่ก็จำเป็นต้องใช้เงินหล่อเลี้ยง จึงต้องหาคนใจดีมาร่วมกันช่วย" เกรซ กล่าวพร้อมชวนเชิญทุกคนที่มีพร้อมให้มีร่วมแรงกันแม้เพียงจะคนละนิดละหน่อยก็ตาม
ขณะที่ "นีน่า" กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์ หนึ่งในพิธีกรรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง เผยว่า รับหน้าที่ทูตโครงการนี้ร่วมกับพิธีกรอีก 3 คนในรายการมาประมาณ 3 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีโอกาสได้ทำงานอย่างใกล้ชิด ได้เข้าร่วมทุกกิจกรรมที่ทางศูนย์ฯ จัดขึ้น อย่างการเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยที่โรงพยาบาลจุฬาฯ และยังได้เรียนรู้การเย็บเต้านมเทียม พร้อมร่วมรณรงค์ให้ผู้ร่วมงานร่วมเย็บ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดแคลน
"ผู้หญิงทุกคนมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านม จึงอยากให้หันมาเห็นความสำคัญของมะเร็งเต้านมอย่างจริงจัง โดยการเรียนรู้วิธีการตรวจด้วยตัวเองทุกวัน และในหนึ่งปีควรไปตรวจที่โรงพยาบาลหนึ่งครั้ง เพราะโรคนี้ถ้ารู้เร็วก็มีโอกาสรักษาได้ และมีโอกาสหายสูงโดยไม่ต้องตัดหน้าอกทิ้ง ส่วนวิธีป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็งเต้านม คือ การใช้ชีวิตให้มีความสุข กินอาหารที่เป็นประโยชน์ และออกกำลังสม่ำเสมอ" พิธีกรสาวแนะ



