
ปุ๋ยข้าวโพดที่นครไทย
คราวที่แล้วได้เล่าให้ฟังว่าเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดที่ห้วยเฮี้ย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก มีปัญหาเรื่องต้นทุนการใช้ปุ๋ยที่สูงมาก ประมาณครึ่งหนึ่งของต้นทุนการผลิตทั้งหมด จนกระทั่งทีมนักวิชาการได้เข้าไปช่วยโดยการแนะนำให้มีการใช้ปุ๋ยอย่างถูกวิธี ตามที่เรียกว่าปุ๋ยสั
ในช่วงแรกๆ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพื่อลองวิธีการให้ปุ๋ยแบบใหม่นี้ยังไม่ค่อยจะเชื่อถือวิธีการที่แนะนำมากนักเพราะว่ายังเชื่อมั่นอยู่ว่าวิธีการใช้ปุ๋ยของตนเองนั้นก็เหมาะสมดีอยู่แล้ว ลองย้อนดูข้อมูลค่าปุ๋ยของชาวบ้านที่ห้วยเฮี้ย บ่อโพธิ์ เนินเพิ่ม และนาบัว ทั้งหมดเป็นตำบลในอำเภอนครไทย
ปรากฏว่าต้นทุนการผลิตข้าวโพดทั้งหมดอยู่ที่ 3,500-4,800 บาท โดยเป็นค่าปุ๋ยเคมีประมาณครึ่งหนึ่งคือ 2,000-2,500 บาท คราวนี้ลองดูสูตรปุ๋ยที่ชาวบ้านใช้ตามๆ กันมาก็จะมีอยู่ 2-3 สูตรคือ 16-20-0 เป็นหลัก แล้วก็มี 16-8-8 หรือบางรายก็ใช้ปุ๋ยยูเรียคือ 46-0-0 และมีบ้างที่ใช้ 15-15-15 เสริมด้วย
ถ้าสังเกตดูก็จะเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมต้นทุนการผลิตจึงสูงและผลผลิตที่ได้ต่ำ ก็เพราะว่าการใช้ปุ๋ยดังกล่าวเป็นคำแนะนำของปุ๋ยในนาข้าว ไม่ได้เหมาะสำหรับข้าวโพดแต่อย่างใด ความต้องการธาตุอาหารของข้าวกับข้าวโพดย่อมแตกต่างกันแน่นอน ดังนั้นพอมาใช้เหมือนกันก็ไม่สามารถทดแทนกันได้ ก็เหมือนกับการตัดเสื้อผ้าที่ไม่ได้วัดตัวมาก่อน จึงไม่พอดีตัวนั่นเอง
พอมีการวิเคราะห์ดินก็จะรู้แล้วว่าดินของตนเองนั้นเป็นดินในชุดดินอะไร มีธาตุอาหารมากน้อยเพียงใด แล้วจะต้องใส่เพิ่มในปริมาณเท่าใดจึงจะเหมาะสมและไม่สูญเปล่าหรือใส่น้อยเกินไป ดังนั้นคำแนะนำจึงเกิดขึ้นโดยใช้ปุ๋ยที่มีเนื้อธาตุอาหารต่างๆ กันมาผสมกันให้ได้สูตรตามที่ต้องการ
อย่างเช่น ใช้ 18-46-0 เป็นปุ๋ยตั้งต้นที่ให้ฟอสฟอรัสสูงเป็นหลัก ใช้ 46-0-0 ซึ่งให้ไนโตรเจนและใช้ 0-0-60 ซึ่งให้โพแทสเซียมเป็นหลัก สัดส่วนระหว่างปุ๋ยทั้งสามอย่างนี้ก็แตกต่างกันไปตามค่าที่คำนวณได้แล้วนำมาผสมรวมกันในเครื่องผสมอย่างง่ายที่ใช้เครื่องผสมปูนมาใช้ได้เลย ก็จะได้ปุ๋ยที่มีเนื้อธาตุอาหารตามที่ต้องการและนำไปใส่ข้าวโพดได้เลย
ผลจากการใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำแบบนี้ก็คือต้นทุนรวมลดลงทันทีเพราะว่าค่าปุ๋ยลดลง เนื่องจากของเดิมนั้นใส่แบบไม่รู้ จึงขอใส่มากไว้ก่อน แต่ปรากฏว่าที่ใส่มากนั้น กลายเป็นการให้แต่ไนโตรเจนสูงและไม่ได้ให้โพแทสเซียม ผลก็คือต้นอ่อนแอ ล้มง่าย ผลผลิตต่ำ ฝักเล็ก แต่เมื่อใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำซึ่งอิงบนค่าการวิเคราะห์ดิน ผลก็คือค่าฝักโตขึ้นจากเดิมประมาณ 10 ฝัก ได้ 1.2 กิโลกรัม กลายมาเป็น 4 ฝัก ต่อ 1.2 กิโลกรัม ผลผลิตเดิมประมาณ 600 กิโลกรัมต่อไร่ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นได้ถึง 800-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ต้นทุนค่าปุ๋ยมีทั้งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในดินที่ขาดธาตุอาหารมากๆ ส่วนใหญ่ต้นทุนค่าปุ๋ยลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง
ข้อสังเกตก็คือ ชาวบ้านที่ปลูกข้าวโพดแต่ไปใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำที่ให้ใช้กับนาข้าว ซึ่งไม่ได้เน้นหรือไม่ได้ใช้โพแทสเซียม พอมาวิเคราะห์ดินจึงรู้ว่าขาด โพแทสเซียม
ดังนั้น เมื่อใส่โพแทสเซียมเข้าไป ต้นข้าวโพดก็จึงตอบสนองเป็นอย่างดี และผลผลิตรวมทั้งขนาดฝักจึงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งที่ชาวบ้านได้เรียนรู้คือ ในอดีตตนได้ใช้ปุ๋ยกันอย่างฟุ่มเฟือยโดยไม่ได้ใช้ความรู้ แต่พอได้ลองวิธีการใหม่เพียงบางส่วนในไร่ ก็เห็นแนวทางที่ดีกว่าและ ตั้งเป้าหมายว่าจะปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ปุ๋ยใหม่หมดในฤดูกาลถัดไปครับ
พีรเดช ทองอำไพ



