
ร้อยเวร...พึ่งไม่ได้
เหตุเกิดไม่ไกลจาก สถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2553 เวลาประมาณ 21.45 น. ผมและภรรยาเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ยกมือไหว้แล้วบอกว่าสามีทำร้ายทุบตีจากแคมป์คนงานก่อสร้าง ขอเงิน 20 บาทเพื่อเป็นค่ารถไป บ.ข.ส.กลับบ้านที่พัทลุง
ผู้หญิงคนนั้นบอกว่า จะไปนอนค้างที่ บ.ข.ส. ก่อน พรุ่งนี้ค่อยหารถกลับบ้าน ภรรยาผมสงสาร และเห็นว่า บ.ข.ส.ในตอนกลางคืนเปลี่ยว กลัวจะได้รับอันตราย ตอนแรกก็รู้สึกกลัวเหมือนกันว่าจะถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกหรือเปล่า แต่ใจนึกถึงความเป็นลูกผู้หญิง ภรรยาจึงปรึกษากับผม ระหว่างที่ปรึกษาก็ซื้อข้าวเหนียวปิ้ง ให้ผู้หญิงคนนั้นกินก่อน ภรรยาผมบอกผู้หญิงคนนั้นไปว่า บ.ข.ส.อันตราย ผู้หญิงคนนั้นขอบคุณเราทั้งสอง และบอกว่าไปนอนที่สถานีตำรวจก็ได้
ภรรยาผมจึงพาผู้หญิงคนนั้นไป หวังจะไปพึ่งสถานีตำรวจ พอไปถึงมีตำรวจในเครื่องแบบหนึ่งคนนั่งอยู่ ส่วนอีกคนไม่แต่งเครื่องแบบ (ไม่ทราบว่าเป็นตำรวจหรือไม่) เข้าไปสอบถามว่าสามารถให้ผู้หญิงคนนี้นอนที่สถานีตำรวจได้หรือไม่ ตำรวจในเครื่องแบบจึงให้ภรรยาผมไปถามร้อยเวรในห้อง
ภรรยาผมเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น พบ ร้อยเวรคนหนึ่ง นอนพาดขา ดูทีวี อยู่ในห้องแอร์ ภรรยาจึงเล่าเรื่องให้ฟัง ยังไม่ทันจะจบดี ร้อยเวรคนนั้นก็พูดสวนมาว่า “อ้าว ทำไมคนดีไม่ให้ไปนอนที่บ้านคนดีล่ะ” ภรรยาผมอึ้งไปพักนึง ไม่นึกว่าจะยินคำพูดแบบนั้น จึงพูดตอบไปว่า “ทำไมพูดแบบนั้น หนูหวังจะมาพึ่งตำรวจ พูดดีๆ ก็ได้” ตำรวจคนนั้นก็พูดซ้ำว่า “คนดีทำไมไม่พาไปนอนบ้านคนดีล่ะ” ภรรยาโมโห แล้วบอกร้อยเวรคนนั้นอีกครั้งว่า “หนูใจดีอยู่แล้ว นามสกุลหนู เที่ยงธรรม ใจดีอยู่แล้ว”
ทำไมตำรวจจึงเป็นแบบนี้ เราเสียภาษีให้เป็นเงินเดือน แล้วตอบแทนประชาชนแบบนี้เหรอ โต๊ะที่ร้อยเวรคนนั้นนอนดูทีวีอยู่ มีป้ายชื่อ ประเสริฐ (ไม่ทันสังเกต ยศ และนามสกุล) เวลาตอนที่แจ้งร้อยเวรประมาณ 21.55 น. ในความคิดของเรา โรงพักน่าจะเป็นที่พึ่งได้ หากผู้หญิงคนนั้นไม่เจอเราสองคน จะทำอย่างไร
ตำรวจมีหน้าที่ดูแลประชาชน ควรพูดกับประชาชนให้ดีๆ หน่อย จะให้นอน หรือไม่ให้นอน ก็น่าจะพูดด้วยเหตุผล สุดท้ายเราก็พาผู้หญิงคนนั้นไปพักที่บ้านเช่า (มีห้องให้เช่า) ของเราเอง
พิษณุ/ตรัง
ตอบ
พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง พนักงานสอบสวน สบ 2 สภ.เมืองตรัง ชี้แจงว่า น่าจะเป็นโต๊ะของสารวัตรประเสริฐเอง แต่วันนั้นไม่ได้เข้าเวร ปกติโรงพักต้องบริการประชาชน มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ เพราะที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยว ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถมาพักพิงชั่วคราวภายในโรงพักได้ ไม่ได้เป็นภาระอะไร มีทั้งที่นั่ง ที่นอน ทีวี พัดลม แอร์ บริการอยู่ตลอด
สารวัตรประเสริฐ บอกว่า ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่นี้มากว่า 10 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ประชาชนเดือดร้อนมาเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องให้ความช่วยเหลือ ส่วนพฤติกรรมของร้อยเวรคนดังกล่าว หากเป็นเรื่องจริงก็ไม่สมควรเป็นตำรวจ
จากการตรวจสอบตารางเวร และได้สอบถามเพิ่มเติมจากตำรวจที่เข้าเวรในวันนั้น ยืนยันตรงกับตารางเวรว่า ร้อยเวรที่เข้าเวรในวันนั้น คือ ร.ต.อ.บุญเสริม แกล้ววาที และมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง
ด้าน ร.ต.อ.บุญเสริม แกล้ววาที ร้อยเวร สภ.เมืองตรัง ยืนยันว่า ในวันและเวลาตามที่แจ้งมานั้น ไม่ได้เข้าเวร และไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
ใครทำอะไรไว้ ย่อมรู้อยู่แก่ใจ เสียดายภาษีจริงๆ
ลุงแจ่ม



