ไลฟ์สไตล์

สปสช.ชี้280รพ.ขาดสภาพคล่องสธ.เพิ่มค่าตอบแทน

สปสช.ชี้280รพ.ขาดสภาพคล่องสธ.เพิ่มค่าตอบแทน

15 ต.ค. 2553

สปสช.ชี้ 280 รพ.ขาดสภาพคล่อง เหตุ สธ.เพิ่มค่าตอบแทนบุคลากร มั่นใจปี 54 ได้งบกลาง 5 พันล้านปลดล็อก ส่วน รพ.ขาดทุนอยู่ที่ฝีมือบริหาร พร้อมเตรียมปรับระบบจัดสรรงบพิจารณาตามภาระงานให้ รพ.กว่า 400 แห่ง งบ 2.8 พันล้านบาท เชื่อการให้ประชาชนร่วมจ่ายไม่ช่วยเพิ่มเงิ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม ดร.อัมมาร สยามวาลา ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลัง ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และนพ.พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ รองเลขาธิการ สปสช. ร่วมแถลงข่าวเรื่องโรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง ข้อเท็จจริงสถานการณ์การเงินการคลังในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

 นพ.วินัยกล่าวว่า ปัญหาเรื่องโรงพยาบาลขาดทุนเคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2546 และ 2547 แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้นอีก จนปลายปีงบประมาณ 2552 และต้นปีงบประมาณ 2554 เริ่มมีปัญหาโรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง ซึ่งปัจจัยสำคัญเป็นเพราะกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกประกาศให้จ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้แก่บุคลากร โดยในส่วนของโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) รัฐได้จัดสรรงบกลางปี 2552 มาให้แล้ว 2,800 ล้านบาท แต่ในส่วนของโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) รัฐยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณนี้มาให้ ขณะที่มีโรงพยาบาลนำเงินในส่วนของเงินบำรุงโรงพยาบาลมาจ่ายเป็นค่าตอบแทนไปก่อน ทำให้เกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง ซึ่งปัญหานี้เป็นสิ่งที่ สธ.จะต้องบริหารจัดการ

 นพ.พีรพลกล่าวว่า ขณะนี้มีโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขประมาณ 280 แห่งที่ขาดสภาพคล่อง แต่เชื่อว่าหากได้รับการจัดสรรงบประมาณกลางจากรัฐบาล ประมาณ 5,000 ล้านบาทในปี 2554 จะช่วยปลดล็อกภาวะขาดสภาพคล่องของโรงพยาบาลได้ทั้งหมด

 ดร.อัมมารกล่าวว่า เชื่อว่าในปี 2554 จะไม่มีปัญหาขาดสภาพคล่องใน รพช. แต่อาจจะมีบ้างบางแห่งในส่วนของ รพศ./รพท. แต่จะทำให้ทุกโรงพยาบาลมีเงินให้บริการประชาชนที่ใช้สิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อย่างไรก็ตาม ปัญหาโรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง กับโรงพยาบาลขาดทุนเป็นคนละส่วนกัน สำหรับกรณีโรงพยาบาลขาดทุนนั้น เป็นผลมาจากฝีมือการบริหารของโรงพยาบาลด้วย หากให้บริการโดยไม่คำนึงถึงต้นทุน

 ดร.อัมมารกล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณ 2554 สปสช.จะมีการปรับเกณฑ์การจ่ายเงินให้งบเพิ่มกับโรงพยาบาลที่มีต้นทุนสูงอย่างมีเหตุผล หรือจัดสรรให้ตามภาระงานการให้บริการประชาชน แต่จะไม่เพิ่มให้แก่โรงพยาบาลที่ขาดสภาพคล่องโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งมีประมาณ 428 แห่ง โดยจะใช้งบประมาณ จากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2,800 ล้านบาท เช่น รพ.เกาะยาวชัยพัฒน์ จ.พังงา จะได้รับการจัดสรรเพิ่ม 11.4 ล้านบาท โรงพยาบาลขนาดเล็ก 3 แห่ง ใน จ.ระนอง ได้รับการจัดสรรเพิ่มแห่งละเกือบ 10 ล้านบาท

 ดร.อัมมารกล่าวด้วยว่า ในส่วนของการให้ประชาชนร่วมจ่ายในการรักษาพยาบาลนั้น จะต้องเป็นไปด้วยเหตุผลในการปรับพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ ไม่ใช่เป็นการเพิ่มเงินในระบบ เพราะไม่ว่าจะคำนวณอย่างไร การให้ประชาชนร่วมจ่ายก็ไม่ช่วยให้เงินในระบบเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบัน สปสช.ได้มีการให้ประชาชนร่วมจ่ายแล้ว 1 กรณี คือ กรณีไตวาย ที่สปสช.มีนโยบายให้ใช้แบบผ่านช่องท้อง และจะจ่ายให้ทั้งหมด แต่หากประชาชนเลือกใช้วิธีฟอกเลือดจะต้องจ่ายเอง 500 บาท ดังนั้น การให้ประชาชนร่วมจ่ายต้องพิจารณาเป็นกรณีโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับพฤติกรรมประชาชน และทั้งหมดอยู่ที่นโยบายรัฐบาลด้วย