
ขอเพียงความเข้าใจจากสังคม....ให้ผู้ป่วยโรคลมชัก
คุณทราบหรือไม่ว่า โรคลมชักคืออะไร มีอาการแบบไหน และผู้ที่เป็นโรคลมชักเขารู้สึกอย่างไร อาจเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราไม่เคยรู้มาก่อน แต่หากคุณเป็นคนหนึ่งในสังคม ที่มีโอกาสพบหรือได้รู้จักผู้ที่เป็นโรคลมชัก ซึ่งอาจเป็นคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คนที่คุ
ดังนั้น ศูนย์โรคลมชัก สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ อันเป็นโครงการขยายต่อจากโครงการรักษาผู้ป่วยโรคลมชักครบวงจร ในพระอุปถัมภ์ของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จึงจัดกิจกรรมวันลมชักโลก (World Epilepsy Day) ภายใต้แนวคิด “ให้โอกาสผู้ป่วยโรคลมชัก ได้มีชีวิตใหม่ และความเข้าใจจากสังคม” พร้อมอธิบายเรื่องโรคลมชัก หรือโรคที่คนทั่วไปเรียกว่า “ลมบ้าหมู” ว่าเป็นหนึ่งในความผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการชัก และจัดเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในประเทศไทยคือ ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ของประชากร หรือกว่า 6 แสนคนทั่วประเทศ
แต่โรคลมชักกลับเป็นโรคที่ถูกสังคมมองข้าม และมักมีทัศนคติที่ผิดว่า เป็นผู้ที่พิการไม่สมประกอบ และเป็นโรคที่รักษาไม่หายต้องกินยาไปตลอดชีวิต ทำให้ผู้ป่วยต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาน เกิดปมด้อยและขาดโอกาสที่จะศึกษาและประกอบอาชีพ กลายเป็นภาระแก่ครอบครัวและสังคม ทั้งที่ในความเป็นจริง โรคลมชักสามารถหายขาดได้ หากได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี
อย่างการรักษาด้วยวิธีการปรับยากันชักตามหลักการใช้ยาที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากลจนอาการชักหายหมด และสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการดื้อยา ศูนย์ฯ จะทำการตรวจประเมินผู้ป่วยเพื่อให้มีโอกาสหายขาดมากที่สุดด้วยการผ่าตัดสมอง ที่หน่วยมอนิเตอร์คลื่นสมอง (EMU) ของศูนย์ฯ ได้แก่ การตรวจคลื่นสมองประกอบภาพวีดิทัศน์ 24 ชั่วโมง การตรวจหาจุดกำเนิดชักด้วยสารเภสัชรังสี การทดสอบภาพและความจำด้วย Wada Test การตรวจ PET Scan การทดสอบทางจิตสังคม และการผ่าตัดแบบใหม่ๆ ที่ล้วนพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
ตลอดจนการประชุมสรุปผลของทีมแพทย์ก่อนผ่าตัด ซึ่งในรายของผู้ป่วยที่ตรวจพบบริเวณกำเนิดชักชัดเจน จะมีโอกาสหายขาดมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่มีผลแทรกซ้อนที่ร้ายแรง ทั้งยังสามารถช่วยลดปัญหาทางจิตสังคมของผู้ป่วยจากโรคลมชักเรื้อรัง ทำให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นคนปกติ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์โรคลมชัก สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โทรศัพท์ 0-2576-6800



