ไลฟ์สไตล์

ภารกิจเพาะ "กล้าศิลปะ" พันธุ์ดี

ภารกิจเพาะ "กล้าศิลปะ" พันธุ์ดี

14 ต.ค. 2553

เมื่อโลกแห่งสีสันอย่าง "ศิลปะ" สามารถกล่อมเกลาจิตใจของเด็กๆ ให้ตั้งอยู่ในสมาธิ พร้อมกับปลอบประโลมให้พวกเขามีความอ่อนโยนทางจิตใจ ทั้งยังเป็นการเปิดโลกแห่งจินตนาการอันไร้ขีดจำกัดได้อย่างยั่งยืน จึงไม่แปลกที่ โตชิบา ประเทศไทย จะรู้สึกภูมิใจกับการนำเสนอผลงาน

 ผู้บริหารซึ่งหลงใหลในเสน่ห์ของสีสัน "น้อง" กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ยอมรับว่า ศิลปะสามารถสร้างสรรค์และจรรโลงใจให้เป็นคนเต็มคน ซึ่งทุกคนที่ส่งผลงานเข้ามาประกวดในโครงการนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นศิลปินในที่สุด เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาอาจเติบโตขึ้นในสัมมาชีพอื่น ไม่ว่าจะเป็น หมอ ครู วิศวกร ฯลฯ แต่สิ่งหนึ่งที่จะได้รับจากศิลปะ นั่นคือ การเป็นคนที่มีจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์

 ปีนี้กรรมการตัดสินล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและคร่ำหวอดในวงการศิลปะมาอย่างยาวนาน อาทิ ศ.กำจร สุนพงษ์ศรี, ศ.ปรีชา เถาทอง, ผศ.ถาวร โกอุดมวิทย์, รศ.สน สีมาตรัง,อ.ธงชัย รักปทุม, อ.สังคม ทองมี, และ อ.สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ  เป็นต้น โดยรางวัลยอดเยี่ยมในระดับอนุบาล 1 - ประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นของ ด.ญ.ดวงดารา งามสุขเจริญ จากโรงเรียนวัดด่านสำโรง ที่รังสรรค์ผลงานสะท้อนความสุขของครอบครัวได้อย่างน่าชื่นชม โดนใจผู้ตัดสินอย่าง อ.ธงชัย ซึ่งสนับสนุนแนวคิดว่า ในความงามของรูปแสดงให้เห็นสภาวะบรรยากาศชายทะเลยามเย็น ซึ่งกระทบแสงสีเหลือง สีชมพู สีส้ม และเสื้อผ้าโทนสีน้ำเงินเป็นสีโทนร้อน ภาพมีความลงตัวงดงามพอเหมาะกับการจัดวางองค์ประกอบภาพ พ่อ แม่ ลูก ของครอบครัวที่มีความสุข เป็นภาพธรรมชาตินำมาซึ่งคุณความดี สีสันและบรรยากาศทำให้รู้ถึงการเขียนภาพเป็นโดยใช้สีเป็นสื่อมากกว่าตัวนำเรื่องของเส้น

 ส่วนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 รางวัลยอดเยี่ยมตกเป็นของ ด.ช.ชานน พิทักษ์ จากโรงเรียนไทยสามัคคี ที่สะท้อนให้เห็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ซึ่งแม้จะถ่ายทอดจากมุมมองของเด็ก แต่สามารถสื่อความหมายได้ลึกซึ้งเกินคาด 

 "มองภายนอกอาจจะดูดุดัน เพราะเป็นรูปของการต่อสู้ แต่ถ้าเปิดใจแล้วมองภาพนี้ในแง่บวก จะเห็นว่าการที่เราเผชิญหน้ากัน ซึ่งอาจจะมองว่าเป็นการเผชิญระหว่างความถูกต้องกับความผิด หรือการที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน เราจะทำอย่างไรถึงจะยอมรับความแตกต่างเหล่านั้น ซึ่งรูปนี้จะสื่อว่าเราต้องหันหน้ามาคุยกัน" อ.เทพศิริ ตีความ

 ไม่ต่างกับผลงานยอดเยี่ยมในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ของ ด.ญ.ชนินาถ เนื้อหอม จากโรงเรียนสตรีวิทยา ที่สื่อถึง สังคมในยุคปัจจุบันที่มีความแตกแยก แยกสี แยกสังคม แยกในเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ แต่ท้ายที่สุดเรื่องของบ้านเมือง ประชาธิปไตย ความมั่นคง เศรษฐกิจ ที่แตกแยกเหล่านั้น ทุกคนพร้อมที่จะมาเป็นเสา คอยค้ำยันให้ประชาธิปไตยให้ชาติ วัฒนธรรม และบ้านเมืองอยู่ต่อไปได้ เพื่อให้เกิดความมั่นคง มีความเหนียวแน่นในชาติ ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อรักษาชาติบ้านเมืองให้มีความสงบสุข เป็นหนึ่งเดียวกันของคนในชาติ

 ขณะที่ผลงานของ น.ส.ณัฐฐินันท์ ภูขะมา จากโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา นำสีสันและความสวยงามของภาพวาดคว้ารางวัลยอดเยี่ยมในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 และอาชีวศึกษาไปครอง โดยภาพของเธอสะท้อนถึงค่านิยมของเด็กและวัยรุ่นไทยในปัจจุบันที่เน้นไปที่วัตถุ ผ่านตัวแทนอย่างตุ๊กตาบลายธ์ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

 และท้ายที่สุดกับผลงานในระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป ที่ขับเขี้ยวกันอย่างถึงพริกถึงขิง ก่อนที่คณะกรรมการจะเคาะเลือกผลงานประติมากรรม "ความสมบูรณ์ผลผลิตจากธรรมชาติ" ของ อนุสรณ์ ทองรวย ที่ใช้วัสดุทองเหลืองมาสื่อให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ ซึ่งคณะกรรมการต่างลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า งดงามและสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ตามแนวคิดได้อย่างไร้ที่ติ เป็นชิ้นงานที่มีมโนภาพดีเด่น อยู่ในเกณฑ์สมบูรณ์แบบทั้งเทคนิค และการออกแบบ ฝีมืออยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ทั้งหมดบ่งบอกถึงความงดงามทั้งด้านเนื้อหา การแสดงออก และวัสดุที่ใช้

 นับเป็นอีกปีที่ศิลปะได้มีส่วนในการกล่อมเกลาจิตใจต้นกล้าของชาติให้เติบโตอย่างงดงาม และเปี่ยมด้วยความหมาย...