
ฐิตินาถออก"เจาะใจ"โดนส่งอีเมลขู่ถี่ยิบ
"ฐิตินาถ" ออกรายการ " เจาะใจ" อ้างถูกคนใกลชิดพระปราโมทย์ส่งอีเมลขู่ถี่ยิบ พุ่งเป้าเล่นงานลูก ส่งทนายแจ้งความ ก่อนหอบลูกบินหลบเมืองนอกทันที ลั่นไม่กลัว แต่ยอมรับห่วงลูก ทนายพระปราโมทย์ยอมให้ดีเอสไอสอบ 15 บัญชีธนาคารและพันธบัตรรัฐบาล มูลค่า 40 ล้าน ดีเอสไอ
หลังกลุ่มชาวพุทธรักศาสนาเข้าร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ตรวจสอบพระปราโมทย์ ปาโมชโช เจ้าสำนักสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งสงสัยว่าจะมีพฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเทเงินบริจาคซื้อที่ดินสำนักสงฆ์ 100 ล้านบาท เข้าบัญชีนางอรนุช สันตยากร อดีตภรรยา ที่บวชชีอยู่สำนักสวนสันติธรรมนั้น ล่าสุด ผู้ที่เคยออกมาร้องเรียนถึงข้อเคลือบแคลงดังกล่าว ก็อ้างว่าถูกข่มขู่จ้องต้องเตรียมหาทางไปอยู่ต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม น.ส.ฐิตินาถ ณ พัทลุง นักเขียนและไฮโซชื่อดัง เปิดเผยหลังอัดเทปรายการเจาะใจ โดยอ้างว่า กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับลูก หลังมีอีเมลของกลุ่มลูกศิษย์ของพระปราโมทย์บางคนข่มขู่ตลอดช่วงเวลา ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายก็จะมอบหมายให้สำนักงานทนายความเป็นผู้ดำเนินการไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอ ทราบว่ามีการตรวจพบบัญชีอีก 15 บัญชี เป็นชื่อของนางอรนุช มีเงินหมุนเวียนราว 30 ล้านบาท พร้อมกับพันธบัตรอีกมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เรื่องนี้ไม่ได้เกินความคาดหมาย เพราะเชื่อว่าเงินมีอยู่จริง แต่ไม่ได้ถูกนำมาเปิดเผย
"เชื่อว่าหลังจากนี้ทางสวนสันติธรรมจะต้องส่งคนออกมาชี้แจงว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินส่วนตัว เงินที่ได้นั้นเป็นเงินบริจาคที่มีผู้บริจาคให้แม่ชีอรนุช และไม่มีความเกี่ยวข้องกับพระปราโมทย์แต่อย่างใด ตรงนี้เราคงต้องปล่อยให้กระบวนทางกฎหมายเป็นผู้ดำเนินการ"
น.ส.ฐิตินาถบอกว่า หลังจากเมื่อปี 2549 ที่ได้ถอนตัวออกจากสวนสันติธรรมนั้นได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะได้รับแรงกดดันจากลูกศิษย์ มีการเอาชื่อของตนไปดิสเครดิตกับคนในสังคมไปในวงกว้าง อย่างครั้งหนึ่งนักร้องนักแสดงสาวอย่าง "มาช่า" ที่เดินทางมาหาที่บ้านและเล่าให้ฟังว่ามีคนพยายามที่จะพูดถึงตนในทางที่ไม่ดี พยายามที่จะทำลายพระปราโมทย์ในหลายเหตุผล ทุกวันนี้สังคมได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดไฟที่ทนายออกมายอมรับว่ามีการลงทุนกันคนละครึ่ง อีกทั้งเรื่องที่ดินซึ่งเป็นที่ดินในชื่อของตนไม่ได้เบียดบังที่ดินวัดอย่างที่มีการปล่อยข่าว และล่าสุดเรื่องบัญชีเงินฝากที่เปิดเผยตัวเลขออกมา 7 บัญชี 21 ล้าน ตรวจพบอีก 40 ล้าน เมื่อรวมกับมูลค่าที่ดินก็ราว 100 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้มีหลักฐานชัดเจน
"สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวตอนนี้มันเริ่มเลวร้าย หลังจากที่ออกมาแจ้งความให้ตรวจสอบเรื่องเงิน ก็มีอีเมลส่งมาจากลูกศิษย์พระปราโมทย์บางคน ข่มขู่ลักษณะต่างๆ นานา ซึ่งดิฉันก็ไม่ได้เกรงกลัวอะไร แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 11ตุลาคม มีอีเมลส่งมาว่าให้ระวังความปลอดภัยของลูก ซึ่งดิฉันรับไม่ได้เกรงกลัวว่าจะมีอันตรายกับลูก จึงได้ประสานไปยังทนายความว่าให้แจ้งความไว้ด้วย ตอนนี้ทราบแล้วว่าใครคือคนที่ส่งอีเมลมา แต่ตอนนี้คงจะต้องเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับลูกสักระยะหนึ่ง" น.ส.ฐิตินาถกล่าวอ้าง
น.ส.ฐิตินาถยืนยันว่า ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรกับพระปราโมทย์ ถ้ามีผลประโยชน์จริงคงไม่ออกมาทำแบบนี้ ส่วนเรื่องแปลนสวนสันติธรรมที่ตัวแทนสวนสันติธรรมอ้างว่าตนเป็นผู้ออกแบบนั้นขอปฏิเสธ ถ้าอยากพิสูจน์ให้ไปเอาแปลนจากบริษัทออกแบบมาดูน่าจะชัดเจนกว่า ตอนนี้อยากให้สังคมอย่าหลงผิดกับธุรกิจแชร์นิพพาน ทำอย่างไรจะหยุดกลุ่มคนเหล่านี้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนเดช พ่วงพูล ทนายสวนสันติธรรม ตอบคำถามเพียงสั้นๆ เกี่ยวกับบัญชีเงินฝาก 15 บัญชีและพันธบัตร ในชื่อนางอรนุชว่า หากดีเอสไอต้องการเอกสารอะไรทางสวนสันติธรรมก็ยินดีที่จะเอาไปให้ตรวจสอบ และยังยืนยันว่ากลุ่มที่ออกมาต่อต้านเรียกร้องไม่หวังดีกับพระปราโมทย์
วันเดียวกัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบบัญชีเงินบริจาคสวนสันติธรรมว่า ล่าสุดทนายความของพระปราโมทย์นำบัญชีเงินฝาก 15 บัญชี ประมาณ 40 ล้านบาท ซึ่งเป็นชื่อบัญชีเงินฝากในชื่อของพระปราโมทย์ 1 บัญชี ส่วนที่เหลืออีกกว่า 10 บัญชี เป็นบัญชีในชื่อของนางอรนุช ซึ่งได้มอบให้เจ้าหน้าที่สำนักคดีการเงิน การธนาคาร ตรวจสอบ ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่ามีการใช้จ่ายเงินบริจาคถูกต้องหรือไม่ ขั้นตอนหลังจากนี้ดีเอสไอจะเชิญผู้ที่มีชื่อบริจาคเงินรายใหญ่ โดยโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวมาสอบปากคำว่าต้องการโอนเงินให้พระหรือสวนสันติธรรม
ด้านนายประวิทย์ ไชยบัวแดง หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษพื้นที่ภาคตะวันออก ดีเอสไอ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์เอกสารทางบัญชีของสำนักคดีการเงิน การธนาคารตรวจสอบ เมื่อดีเอสไอได้สอบถามไปยังทนายความของสวนสันติธรรมอีกครั้งว่า ยังมีบัญชีอื่นๆ อีกหรือไม่ จึงได้ทราบจากทนายความว่า มีบัญชีส่วนตัวของพระปราโมทย์อีก 15 บัญชี และพันธบัตรรัฐบาลอีกจำนวนหนึ่ง แต่ละบัญชีมีเงิน 10 ล้านบาทบ้าง 3 ล้านบาทบ้าง ซึ่งรวมวงเงินใน 15 บัญชีส่วนตัว เป็นเงิน 40 ล้านบาท โดยทนายความของสวนสันติธรรมระบุว่า เป็นเงินที่ชาวบ้านเจาะจงบริจาคให้พระเป็นการส่วนตัว ไม่ได้ต้องการบริจาคให้สวนสันติธรรม
นายประวิทย์กล่าวว่า หลังจากนี้จะตรวจสอบไปถึงเงินบริจาคเข้าบัญชีที่เป็นวงเงินจำนวนมาก และจะย้อนไปสอบถามผู้ที่โอนเงินบริจาคให้ว่ามีวัตถุประสงค์อย่างไร ต้องการบริจาคให้สวนสันติธรรมหรือบริจาคให้พระปราโมทย์ เพื่อให้แน่ใจว่าบัญชีที่ทนายความมอบให้ดีเอสไอเป็นบัญชีทั้งหมดที่พระปราโมทย์ นางอรนุช และสวนสันติธรรมมีอยู่ ดีเอสไอจะมีหนังสือไปถึงธนาคารและสถาบันการเงินทุกแห่ง เพื่อตรวจสอบให้ชัดว่า ยังมีบัญชีในชื่อบุคคลดังกล่าวหรือคนใกล้ชิดอีกหรือไม่ ทั้งนี้ ทนายความของสวนสันติธรรมยังได้มอบเอกสารบันทึกรายรับของพระปราโมทย์ที่ได้จากการรับกิจนิมนต์ด้วย



