
ค่ายมือถืออุทธรณ์จ่ายค่าปรับคงสิทธิเลขหมาย
"เอไอเอส-ทรูมูฟ-ทีโอที" ยื้อจ่ายค่าปรับคงสิทธิเลขหมาย พร้อมยื่นอุทธรณ์ กทช. คาดกรรมการชี้ขาดสัปดาห์หน้า
ความคืบหน้าการเปิดให้บริการการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หลังจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีคำสั่งเป็นหนังสือไปยังบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 5 ราย ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ให้เริ่มปรับวันละ 166,667 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา จนจะครบ 1 เดือนในวันที่ 15 ตุลาคมนั้น นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ กทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับบริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เปิดเผยว่า บริษัทผู้ให้บริการอย่างน้อย 3 ราย คือ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มีหนังสืออุทธรณ์มายังสำนักงาน กทช.ว่าจะไม่จ่ายค่าปรับ
ผู้ให้บริการทั้ง 3 รายให้เหตุผลว่า บริษัทมีความพร้อมในการเปิดให้บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ จึงไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับ อย่างไรก็ตาม ต้องนำคำอุทธรณ์ดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม กทช.ว่ามีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ ในการประชุมสัปดาห์หน้า เนื่องจากสัปดาห์นี้ กทช. ติดภารกิจจึงไม่มีการประชุม
รองเลขาธิการ กทช.กล่าวว่า แม้บริษัทจะมีหนังสืออุทธรณ์มายัง กทช. แต่การอุธรณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นเหตุให้ค่าปรับจำนวนดังกล่าวต้องสะดุดหยุดลง ดังนั้นหากคำนวณจากค่าปรับตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน-15 ตุลาคมที่จะถึงนี้ แต่ละบริษัทจะต้องจ่ายค่าปรับบริษัทละเกือบ 5 ล้านบาท โดยจะเพิ่มค่าปรับเป็น 2 เท่าในเดือนที่สอง และ 3 เท่าในเดือนที่สาม หลังจากนั้นเมื่อครบ 3 เดือนแล้วยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ กทช.ก็ต้องมาพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับบริษัทที่พร้อมแต่ไม่สามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ เพราะบริการคงสิทธิเลขหมายนี้ทุกบริษัทต้องพร้อมใจกันจึงจะทำได้ ฉะนั้นหากบริษัทใดแสดงให้เห็นว่ามีการเปิดสวิทซ์เดินระบบและสามารถโอนย้ายเลขหมายได้ก็จะได้รับการพิจารณาแบบหนึ่งแต่ถ้ารายใดไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะพิจารณาอีกแบบหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ความจริงใจและความตั้งใจของแต่ละบริษัทผู้ให้บริการ
“ก่อนหน้านี้บริษัทอ้างว่าที่ดำเนินการเรื่องนี้ไม่ได้เพราะ กทช.ไม่อนุมัติ เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับกทช.เพราะกฎหมายกำหนดอยู่แล้วว่าต้องทำไม่ต้องรอให้ กทช.อนุมัติ เช่น การตั้งบริษัทเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันเท่าๆ กันทุกราย แผนงานของท่านก็ต้องทำอยู่แล้วไม่ว่า กทช.จะอนุมัติหรือไม่” นายประเสริฐกล่าว



