ไลฟ์สไตล์

ศธ.เล็งดึงพ่อแม่ดูแลความประพฤตินร.กันเป็นนักเลง

ศธ.เล็งดึงพ่อแม่ดูแลความประพฤตินร.กันเป็นนักเลง

11 ต.ค. 2553

“ชินวรณ์”ดึงพ่อแม่ดูแลความประพฤตินักเรียน ลูกหนีเรียน ก่อเหตุวิวาท ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด ระบุเชิญขึ้นโรงพัก-โรงเรียน ทุ่มงบ 10 ล้านดูแลพร้อมสั่งตั้งศูนย์กลางประสานงานระดับจังหวัดทั่วประเทศ ขยายเครือข่ายศูนย์เสมารักษ์เพิ่ม 4 จุดทั้งมีนบุรี สมุทรปราการ บางแค

 เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2553 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหาร 5 องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียน นักศึกษาทะเลาะวิวาท ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้การทำงานตามมาตรการเชิงรุก ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง นักเรียนกลุ่มเสี่ยง และจัดทำทะเบียนประวัติสถานศึกษากลุ่มเสี่ยง ใน 26 โรงเรียนด้วย

 นอกจากนี้ ได้แต่งตั้งปลัดศธ. และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)และข้าราชการระดับสูงของสำนักงานปลัดศธ.ให้เป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน นักศึกษาตามหมวด 7 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ฯเพิ่มอีก 1,500 คนให้เป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤติฯ และคณะกรรมการดูแลสายด่วน 1579 เพื่อให้การทำงานแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรอบด้าน

 รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ได้มอบหมายในที่ประชุมด้วยว่า การดำเนินการต่อจากนี้ขอให้จัดการประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการกำหนดแผนและยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหา โดยขอให้ประสานให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องส่งแผนการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่เพื่อจะได้นำมาสู่การบูรณาการร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ขอให้จัดอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ฯทั้งหมดเพิ่อทำความเข้าการทำงานและให้มีการมอบเครื่องหมายพิเศษที่เป็นสัญลักษณ์ให้คนทั่วไปรับทราบว่ามีการทำงานจริงจัง และมอบให้ผู้บริหาร 5 องค์กรหลักสั่งการให้ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่ (สพท.)คัดเลือกโรงเรียนขนาดใหญที่มีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางประสานงานความร่วมมือระดับจังหวัดทั่วประเทศ โดยให้ศึกษากรณีตัวอย่างการทำงานเรื่องดังกล่าวจาก สพท.นครศรีธรรมราช เขต 1 และได้ขยายเครือข่ายศูนย์เสมารักษ์อีก 4 จุด ได้แก่ มีนบุรี สมุทรปราการ บางแค และดอนเมือง ด้วย

 นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า ตนได้สั่งการให้สำนักงานปลัด ศธ. ไปพิจารณาจัดสรรงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้อง 10 ล้านบาทเพื่อนำมาจัดกิจกรรมพัฒนาส่งเสริมความประพฤตินักเรียน นักศึกษา เพื่อให้การแก้ไขปัญหานี้เป็นไปอย่างรอบด้าน และครอบคลุมทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน นักศึกษา โดยต่อไปนี้มาตรการการแก้ไขปัญหานักเรียน นักศึกษาจะไม่ใช่เพียงแค่การทะเลาะวิวาท แต่จะรวมถึงกรณีนักเรียน นักศึกษาออกมาภายนอกสถานศึกษาในช่วงเวลาเรียน ใส่ชุดนักเรียนเที่ยวเตร็ดเตร่ในห้าง หรือการมีพฤติกรรมเชิงชู้สาว นั่งในสถานบันเทิง ปัญหายาเสพติด คณะกรรมการดำเนินการส่งเสริมความประพฤตินักเรียน จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป ก็จะใช้มาตรการติดตามแก้ไขปัญหาเข้มข้นเช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาท

 ” ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเฝ้าระวังปัญหานักเรียน โดยขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญผู้ปกครองก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบแก้ปัญหาความประพฤตินักเรียนด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกออกมาเที่ยวนอกเวลาเรียน โดยตั้งแต่ภาคเรียนหน้าเป็นต้นไป หากลูกออกมาเที่ยวเตร็ดเตร่ ผู้ปกครองอาจจะถูกเรียกตัวมาที่สถานตำรวจหรือสถานศึกษาเพราะผมได้มอบนโยบายอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกและผมอาจจะลงไปตรวจตราด้วย ”นายชินวรณ์ กล่าว