
ชินวรณ์ยันดูแลโยกย้ายให้เป็นธรรม
ชินวรณ์ยืนยันดูแลแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการให้มีความเป็นธรรม มอบองค์กรหลักศธ.เตรียมการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพปี 54 ที่ได้งบฯกว่า 8 หมื่นล้านบาท ดึงโรงเรียนและผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมพิจารณาใช้งบนี้เพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้เป็นคนดี เก่งและม
เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2553 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ว่า สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้รายงานความคืบหน้าการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ของ ศธ.จำนวน 346,713 ล้านบาท ซึ่งได้มีการเบิกจ่ายไปแล้วจนถึงวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา จำนวน 342,344 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 98.74 แบ่งตามส่วนราชการได้ดังนี้
สำนักปลัด ศธ. เบิกจ่ายร้อยละ 96.84 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) เบิกจ่ายร้อยละ 80.44 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เบิกจ่ายร้อยละ 101.49 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) เบิกจ่ายร้อยละ 93.03 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เบิกจ่ายร้อยละ 92.27 และหน่วยงานในกำกับองค์กรมหาชนอื่นๆ เบิกจ่ายร้อยละ 100 ทั้งนี้ การที่ สพฐ.เบิกจ่ายมากผิดปกติ เนื่องจากต้องดูแลสถานศึกษาทั่วประเทศจึงมีความจำเป็นในการของบฯกลางมาดำเนินการ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบงบฯเบิกจ่ายทั้งหมดพบว่า มีการเบิกจ่ายร้อยละ 94 งบฯ เป็นงบฯลงทุนร้อยละ 76.13 ซึ่งถือว่าบรรลุเป้าหมายของรัฐบาลที่สามารถขับเคลื่อนให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ได้
รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ยังได้มอบให้องค์กรหลักศธ.และสำนักแผนงานยุทธศาสตร์ฯ สำนักงานปลัดศธ. ให้ไปจัดเตรียมการการใช้งบฯปี 2554 โครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ที่ได้รับงบฯกว่า 8 หมื่นล้านบาท พร้อมกับการกำหนดยุทธศาสตร์ในงบฯ ลงทุนของแต่ละองค์กรหลัก เนื่องจากช่วงที่ผ่านมายังไม่สามารถบูรณาการในเชิงงบประมาณให้ตอบสนองการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองได้โดยให้โรงเรียนและผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมพิจารณาใช้งบนี้เพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนตามเป้าหมายปฏิรูปการศึกษาซึ่งมุ่งพัฒนาให้นักเรียนเป็นคนดี เก่งและมีความสุข
“ผมได้กำชับนโยบายนี้ให้ทุกองค์กรหลักไปดำเนินการอย่างใกล้ชิด ซึ่งต้องดูแลภาพรวมเพื่อให้ขับเคลื่อนให้เป็นไปตามนโยบาย ถึงแม้ว่าผมจะมอบให้รมช.ศธ.ดูแลกำกับแต่ละองค์กรหลักก็จริงอยู่ แต่ในเรื่องของงบประมาณ และบุคลากรผมก็ต้องดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเองอย่างจริงจัง “นายชินวรณ์ กล่าว
รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีข้อร้องเรียนในเรื่องการโยกย้ายผู้บริหารนั้น เนื่องจากตนเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) และประธานคณะกรรมการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ถือเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการบริหารงานบุคคล อีกทั้งยังเป็นประธานอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน ศธ. ซึ่งก็มีหน้าที่ดูแลข้าราชการพลเรือนในกระทรวง เช่นเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมายืนยันว่าได้นำระบบคุณธรรม และธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ต้องกำชับเป็นพิเศษเพราะหลังจากนี้จะมีการโยกย้าย ผอ.วิทยาลัย ผอ.สถานศึกษา ผอ.เขตพื้นที่ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) โดยตรง ที่ต้องตรวจสอบดูแลให้เป็นไปอย่างยุติธรรม
นายชินวรณ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีเรื่องร้องเรียนไปถึงนายกรัฐมนตรีในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารในสังกัดอาชีวะ ที่ไม่เป็นธรรมนั้น ตนได้สั่งการทางวาจาไปยังเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) ให้รายงานในฐานะที่เป็นประธาน อ.ก.ค.ศ อาชีวะ แล้ว ซึ่งก็เงียบหายไปและเวลาก็ได้ล่วงเลยไปพอสมควรแล้ว ตนจึงได้ทำหนังสือไปอีกครั้ง ว่าให้เลขาธิการกอศ.รายงานการดำเนินการโยกย้ายดังกล่าวมาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อจะได้นำไปรายงานนายกรัฐมนตรีต่อไป
“ผมยังมอบให้ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ ที่กำกับดูแลสอศ.ไปดำเนินการเรื่องนี้ให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย และต้องไม่ให้มีข่าวการซื้อขายตำแหน่งเป็นอันขาด หากยังมีการร้องเรียนอยู่ก็ต้องดูข้อมูล หากมีความชัดเจนเจ้าตัวก็มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อประธาน ก.ค.ศ.ชุดใหญ่ ซึ่งมีตนเป็นประธาน หรือเจ้าตัวก็สามารถฟ้องศาลปกครองดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าวนี้ตนไม่ได้ขัดข้องและต้องสนับสนุนเพื่อให้มีการตรวจสอบให้มีความโปร่งใส” รมว.ศธ.กล่าว



