
Single Mom
ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ในช่วงนี้ ทำให้เรากลับมาคิดทบทวน เรื่องการมีครอบครัว และการมีลูก ในอเมริกานั้น มีปัญหาหย่าร้างสูง และปัญหาแม่เลี้ยงลูกตามลำพังก็สูงตามไปด้วย กลายเป็นปัญหาระดับชาติก็ว่าได้
โดยธรรมชาติแล้ว เด็กจะเจริญดีที่สุด ถ้าอยู่ในครอบครัวที่มีทั้งพ่อและแม่ดูแล เพราะบทบาทของพ่อและแม่นั้น แตกต่างกัน แม้ว่าพ่อคนเดียวจะเก่งขนาดไหน แม่คนเดียวจะเก่งขนาดไหน ก็ไม่เหมือนเมื่อเด็กมีโอกาสได้เติบโตโดยมีทั้งพ่อทั้งแม่ที่มีสามัคคีธรรม ผลัดเปลี่ยนกันดูแลลูก
เรียกว่า เป็นครอบครัวในอุดมคติ
แต่ในความเป็นจริง เราพบว่า ปัญหาการหย่าร้างมากขึ้น ปัญหาของการที่หญิงชายมามีความสัมพันธ์ในทางเพศอย่างมีอิสระมากขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายยังไม่พร้อม หรือในหลายๆ กรณี ผู้ชายยังไม่มีความพร้อมในการที่จะรับผิดชอบครอบครัวเลย ผู้ชายและผู้หญิงหลายๆ คนที่ควรจะมีอนาคตที่ดีกว่าที่เป็น แต่ทำลายโอกาสตนเอง โดยมีความสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
ในเมื่อไม่สามารถดูแลครอบครัวได้ ผู้ชายจำนวนหนึ่งก็ถือโอกาสตัดช่องน้อยแต่พอตัว คือหายหน้าไปเฉยๆ เราจึงมีเด็กที่เกิดมาโดยไม่เคยเห็นหน้าพ่อจำนวนไม่น้อย
เมื่ออยู่ในสภาพเช่นนี้ ผู้หญิงหลายคนเลือกที่จะทำแท้ง บางคนก็กลายสภาพไปเป็น 'ซิงเกิลมัม' คือ แม่ที่เลี้ยงลูกตามลำพัง ไม่ว่าแม่จะทุ่มเทเพียงใด ก็ไม่เหมือนที่เด็กจะมีทั้งพ่อทั้งแม่ ทำให้เป็นปัญหาสังคมระยะยาวตามมา
แต่หากเพียงหญิงชายคู่นี้ ไม่มีความชื่นชมกันต่อไปอีกแล้ว และถูกบังคับโดยภาวะจำยอมให้อยู่ด้วยกัน ก็อาจจะสร้างเงื่อนปมปัญหาให้แก่ลูกได้ไม่แพ้กัน
แม่ในกรณีที่เป็นข่าวอยู่นี้ จึงต้องมีความมั่นคง ประกาศว่า แม่เลี้ยงลูกเองได้ เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว จะต้องดูว่า หากมีพี่น้องที่เป็นชาย กล่าวคือ อา หรือ ลุง ของเด็กจะช่วยได้มาก โดยการเข้ามาเล่นบท พี่ชายคนโต (big brother) เพื่อช่วยให้เด็กชายมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ มีเพื่อนเล่นที่จะเข้าใจจากสภาพความเป็นชายด้วยกัน
หากพ่อจะเข้ามาดูแลลูกบ้าง แม่จะต้องรักลูกมากพอที่จะให้พ่อลูกได้มีโอกาสอยู่ด้วยกัน เล่นด้วยกัน ดูแลกันบ้าง ตามสภาพความเป็นจริงที่จะเอื้ออำนวยได้ อย่ามัวไปโกรธเจ้าผัวตัวดีจนลืมความต้องการของลูกชาย
"ธัมมนันทา"



