
ตาม"นายพลอีเอ็ม"เลียบค่ายสิรินธรสอนอาชีพเกษตรกรตามวิถีพอเพียง
"เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" แนวพระราชดำริที่ พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม "นายพลอีเอ็ม" ได้น้อมนำมาปฏิบัติปรับใช้เป็นนโยบายการทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อครั้งยังรั้งตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมเนรมิต
"ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ตามคณะผู้บริหารสำนักงาน กปร. นำโดย สุวัฒน์ เทพอารักษ์ รองเลขาธิการฯ พร้อมคณะสื่อมวลชน ศิลปิน นักร้อง นักแสดงกว่า 60 คน เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงค่ายสิรินธรตามโครงการ "สื่อศิลปิน รวมใจ ถวายในหลวง" ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้รับเกียรติจาก "นายพลอีเอ็ม" ที่เพิ่งก้าวรั้งตำแหน่งใหม่ "ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก" หมาดๆ เป็นไกด์กิตติมศักดิ์พาเยี่ยมชมการทำงานตามฐานการเรียนรู้ต่างๆ พร้อมบรรยายถึงเป้าหมายแต่ละฐานอย่างละเอียด
บนเนื้อที่กว่า 80 ไร่ ฝั่งตรงข้ามค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ที่ถูกเนมิตให้เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงครบวงจรสำหรับใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมอาชีพภาคการเกษตร (ฟรี) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ตามวิถีพอเพียง ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ยึดมั่นและเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่สมดุลเพื่อความอยู่ดีกินดีร่วมกัน อันจะนำไปสู่การลดช่องว่างระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐได้เป็นอย่างดี
"ทั้งหมดเรามีอยู่ 14 ฐานเรียนรู้ แต่มีอยู่ 8 ฐานที่สอนแล้วสามารถทำได้เลย คือ 1.การขยายปุ๋ยจุลินทรีย์อีเอ็มชนิดน้ำ 2.การทำปุ๋ยชีวภาพ โดยใช้จุลินทรีย์อีเอ็มแบบแห้ง 3.การเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน 4.การเลี้ยงไก่ไข่ 5.การเลี้ยงเป็ดไข่ 6.การทำอาหารเลี้ยงสัตว์เอง โดยใช้เศษอาหารที่เหลือกิน 7.การผสมเทียมวัวเนื้อ และการทำบัญชีรายรับรายจ่ายในครัวเรือน 8.การทำฮอร์โมนจากผลไม้เพื่อบำรุงต้นไม้ ไล่แมลง ทุกฐานเรียนวันเดียวจบ อบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แถมยังมีอาหารเลี้ยงทุกมื้อด้วย ภายในศูนย์นอกจากมีฐานเรียนรู้ต่างๆ แล้ว เรายังมีโรงเรียนญาลันนันบารู นำเด็กที่หลงผิด พวกเคยติดยาเสพติดก็มาเข้าคอร์สอบรมอาชีพที่นี่ แต่ละรุ่นก็ประมาณ 6 เดือน"
พล.อ.พิเชษฐ์อธิบายก่อนนำคณะเยี่ยมชมในแต่ละฐาน โดยเริ่มจากการทำปุ๋ยหมักด้วยจุลินทรีย์เป็นสถานีแรก พร้อมอธิบายขั้นตอนการทำน้ำปุ๋ยหมักด้วยจุลินทรีย์ด้วยตนเอง เพื่อลดต้นทุนในการทำสวนทำไร่ ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านในพื้นที่ นอกจากนี้ยังแนะวิธีการทำฮอร์โมนผลไม้และสารไล่แมลงไว้ใช้เอง ก่อนจะพาชมสถานีต่อไปคือบ่อเลี้ยงปลาดุก ซึ่งเป็นพลาสติกมีขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตรและลึก 1 เมตร เลี้ยงปลาได้ประมาณ 300-1,000 ตัว โดยใช้ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 45 วันจึงจะสามารถจับมาประกอบอาหารหรือขายได้
จากนั้นก็มาแวะสวนพืชผักสมุนไพร ประกอบด้วยพืชผักพื้นบ้านหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นถั่วฝักยาว มะเขือ มะละกอ พริก โหระพา ฯลฯ ซึ่งบางชนิดก็กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ขณะที่บางชนิดก็อยู่ในระหว่างปรับปรุงดินเพื่อรอการปลูกใหม่ในรอบต่อไป โดยปัจจัยการผลิตทุกอย่างจะไม่มีการซื้อจากภาคนอก แต่จะผลิตเอง ใช้เองภายในศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยบำรุงดิน เมล็ดพันธุ์พืชหรือแม้กระทั่งอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์
ก่อนจะมาที่ฟาร์มเลี้ยงไก่เบตง ซึ่งเป็นไก่พันธุ์พื้นเมืองของ อ.เบตง ที่ชาวบ้านนิยมนำมาเลี้ยงกันมากในพื้นที่ชายแดนใต้ เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว ที่สำคัญขายได้ราคาดีด้วย ศูนย์จึงนำไก่พันธุ์ดังกล่าวนี้มาเลี้ยงเป็นตัวอย่างได้ศึกษาเรียนรู้เพื่อนำไปเลี้ยงที่บ้านต่อไป จากนั้นก็มาดูฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ที่ออกแบบง่ายๆ ลงทุนไม่สูงเพื่อให้ชาวบ้านนำไปต่อยอดได้ทันที
"เห็นวัว 2 ตัวนั่นไหม แล้วเห็นท่อต่อมาลงบ่อแก๊สไหม ทำไมถึงมีแค่ 2 ตัว เพราะชาวบ้านที่นี่เขาเลี้ยงกันไม่มาก แต่ละบ้านก็มีแค่ 2-3 ตัว แต่เราก็มาต่อยอดให้เขาเห็นว่ามูลของมันมีประโยชน์นำมาผลิตแก๊สหุงต้มได้ ก็สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงได้" พล.อ.พิเชษฐ์ชี้ให้ดูวัวที่เลี้ยงไว้และอานิสงส์ที่ได้รับจากมูลวัว ก่อนนำมาดูโรงเพาะฟักและบ่ออนุบาลปลาที่ผลิตไว้สำหรับแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่
"คนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเวลาไปทำงานเหล่านี้ อย่าไปคิดเรื่องที่ยุ่งยาก เอาเรื่องง่ายๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ผมจะไม่ไปคิดอะไรใหม่ เอาสิ่งที่เขามีอยู่แล้วไปต่อยอด อย่างน้ำหมักชีวภาพหรืออีเอ็มที่เราทำอยู่แล้วก็เอาไปใส่ลองกองของชาวบ้าน พอเอาอีเอ็มไปใส่ลองกอง ดกใช่ใหม ดกเต็มต้น อันนี้เป็นเครื่องมืออันหนึ่งที่จะเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” นายพลอีเอ็มกล่าวอย่างภูมิใจ
นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ตามนโยบายของอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ยึดการพัฒนานำการทหาร โดยใช้ยุทธศาสตร์วิถีพอเพียงตามแนวพระราชดำริในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ โดยมีเป้าหมายหลักสำคัญอันมาซึ่งความผาสุกของคนในพื้นที่นั่นเอง สนใจศึกษาดูงานหรือเยี่ยมชมศูนย์เป็นหมู่คณะ ติดต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ส่วนหน้า) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โทร.0-7326-2586, 08-6498-2061 ทุกวันในเวลาราชการ
สุรัตน์ อัตตะ



