ไลฟ์สไตล์

ศึกชิงเจ้าตลาดมือถือทะเลเดือดซัมซุงแรงแอนดรอยด์ซ่าไม่หยุด

ศึกชิงเจ้าตลาดมือถือทะเลเดือดซัมซุงแรงแอนดรอยด์ซ่าไม่หยุด

10 ต.ค. 2553

ตลาดโทรศัพท์มือถือกำลังเข้มข้น เข้าช่วงชิงรักหักสวาทกันอย่างอลเวง สู้กันไปฟาดฟันกันมา มือถือราคาถูกลงแต่คุณสมบัติเพียบ

 จากการสำรวจของบริษัทการ์เนอร์ อิงค์ พบว่ายอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือทั่วโลกช่วงไตรมาสสอง (เม.ย.-มิ.ย.2553) มีจำนวนทั้งสิ้น 325.6 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.8% และในบรรดามือถือที่ขายออกไป มีสัดส่วนของมือถือสมาร์ทโฟนอยู่ 19% ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 50.5% เทียบกับจากไตรมาสสองปี 2552

 ข้อมูลล่าสุดดังกล่าวหมายความว่า ตลาดมือถือสมาร์ทโฟน หรือมือถือที่มีความสามารถระดับสูง เช่น เข้าอินเทอร์เน็ต แชท ฟังเพลง ดูหนัง เช็กอีเมล กำลังมีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 ถึงแม้ยอดจำหน่ายมือถือมีอัตราเติบโตอู้ฟู่ แต่ในแง่ราคาจำหน่ายแล้วกลับพบว่าราคาต่ำลง หมายความว่า ผู้ใช้ซื้อมือถือคุณสมบัติเพียบได้ในราคาที่ถูกกว่าเมื่อก่อน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้ราคามือถือถูกลงอาจเป็นเพราะค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้น ค่าเงินยูโรลดต่ำลง และการแข่งขันดุเดือดในตลาดทำให้ผู้ผลิตแข่งกันหั่นราคา

 ช่วงที่ผ่านมามีมือถือรุ่นใหม่เปิดตัวกันถี่ยิบ ไม่ว่าจะจากค่ายแอ๊ปเปิ้ล เอชทีซี และโมโตโรล่า ซึ่งล้วนเป็นมือถือกลุ่มสมาร์ทโฟนทั้งสิ้น ขายกันเทน้ำเทท่าจนอุปกรณ์บางชนิดสำหรับประกอบมือถือขาดตลาด เช่น จอภาพรุ่นใหม่ที่เรียกว่า AMOLED ที่ให้ความสว่างชัดแจ่มแม้ในที่แสงจ้า และกินไฟต่ำ

 ในบรรดามือถือ 10 อันดับแรก พบมือถือจากค่ายเอชทีซีเบียดตัวเข้ามาอยู่อันดับ 8 หน้าตาเฉย โดยยอดขายเติบโตแบบพุ่งพรวดถึง 139.1% (เทียบปีต่อปี) แสดงให้เห็นถึงความนิยมมือถือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังเป็นผลมาจากการรุกหนักของเอชทีซีด้วย

 ที่น่าจับตายิ่งไปกว่านั้นคือ ยอดขายแท็บเล็ตที่กำลังคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นไอแพดของแอ๊ปเปิ้ลหรือของค่ายอื่นก็ยังแรงสู้ยอดขายมือถือไม่ได้ อาจเป็นไปได้ว่า ผู้ใช้ต้องการอุปกรณ์สื่อสารที่พกพาสะดวกขนาดกะทัดรัดและใช้งานได้ทุกสถานการณ์มากกว่าเครื่องขนาดใหญ่เทอะทะอย่างไอแพด

 หากแยกพิจารณาเป็นรายตัวแล้วพบข้อมูลความเคลื่อนไหวที่น่าติดตามดังนี้

 ยอดจำหน่ายโนเกียทั่วโลกช่วงไตรมาสสอง (เม.ย.-มิ.ย.) มีจำนวนถึง 116.5 ล้านเครื่อง ครองส่วนแบ่งตลาด 34.2% ยังคงครองเป็นเจ้าตลาดอันดับหนึ่งอยู่ เนื่องจากเป็นมือถือราคาย่อมเยา และมีการจัดจำหน่ายที่ทั่วถึง แต่พอมองความเป็นผู้นำในตลาดมือถือระดับบนแล้ว ความเป็นเจ้าตลาดของโนเกียกำลังถูกสั่นคลอน โนเกียจำเป็นต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อจูงใจให้นักพัฒนาโปรแกรมหันมาพัฒนา "แอพ" ให้กับโนเกียมากกว่านี้

 ซัมซุง ซึ่งครองตลาดอยู่อันดับสอง มียอดขาย 65.3 ล้านเครื่อง ถือว่าห่างจากเบอร์หนึ่งอยู่โข ตลาดหลักของซัมซุงอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยวางตำแหน่งมือถือของตัวเองเป็นมือถือระดับกลาง ขยันส่งเครื่องรุ่นใหม่ลงตลาดรวมถึงมือถือรุ่นที่ส่งข้อความได้เหมือนกับบีบี ซัมซุงยังประกาศส่งมือถือระบบวินโดว์ส โฟน 7 ลงตลาดเป็นรายแรกๆ ราวไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ (ต.ค.-ธ.ค.) แต่ก็ยังเดินหน้าทำระบบ "บาด้า" ของตัวเองต่อไป

 แบล็กเบอร์รี่ หรือบีบี ยังคงรักษาตำแหน่งมือถืออันดับ 4 รองจากแอลจี โดยส่งเรือธงอย่าง บีบี ทอร์ช ลงระบบปฏิบัติการแบล็กเบอร์รี่ โอเอส 6.0 ยกระดับเป็นมือถือจอสัมผัสกับเขาบ้าง และมาพร้อมกับแป้นพิมพ์ที่เลื่อนเก็บได้ พยายามคงรูปแบบเพื่อครองใจนักธุรกิจ ซึ่งเป็นตลาดดั้งเดิมไว้ให้ได้มากกว่าลงเจาะตลาดผู้ใช้ทั่วไป

 มือถืออีกเจ้าที่พลาดไม่ได้คือ ไอโฟนของแอ๊ปเปิ้ล ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ 2.7% แต่ในกลุ่มตลาดระดับบน แอ๊ปเปิ้ลมีส่วนแบ่งเป็นกอบเป็นกำถึง 14.2% และยังคงยึดตำแหน่งมือถืออันดับ 7 ไว้อย่างเหนียวแน่น ถ้าไม่เจอปัญหาตัวเครื่องขาดตลาด ยอดขายไอโฟน 4 อาจไปได้หรูกว่าที่ผ่านมา

 สำหรับมือถือกลุ่มสมาร์ทโฟน ซิมเบียนยังคงมาเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยบีบีอันดับ 2 แอนดรอยด์อันดับ 3 ไอโฟนอันดับ 4 วินโดว์ส โมบายล์ อันดับ 5

 สิ่งที่น่าจับตาอย่างมากคือ มือถือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วช่วงไตรมาสสอง ถึงขั้นเบียดระบบปฏิบัติการไอโฟน โอเอส ขึ้นมาเป็นระบบปฏิบัติการยอดนิยมอันดับ 3 ของโลก ในตลาดสหรัฐ แอนดอรยด์แซงหน้ามือถือแบล็กเบอร์รี่ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วยซ้ำ ปัจจัยสำคัญมาจากกลยุทธ์ผลิตมือถือโดยผู้ใช้ไม่ต้องผูกติดกับสัญญาใช้บริการของผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง และยังเป็นระบบปฏิบัติการที่มีผู้ผลิตหลายรายจึงเป็นมือถือที่มีราคาให้เลือกซื้อได้หลากหลายกว่า

เมอร์ลิน