
สทศ.เผยสอบแกท-แพทวันแรกราบรื่นยังไม่พบทุจริต
ผอ.สทศ.เผยสอบแกท-แพทวันแรกราบรื่น ผู้เข้าสอบอายุมากที่สุด 60 ปี ประกาศผลสอบได้ก่อน 10 พ.ย.นี้ เล็งปี 2555 ปรับสอบโอเน็ตเพิ่มสอบภาษาต่างประเทศที่นักเรียนแต่ละภาคเรียน เตรียมคลอดสมุดปกขาวรายงานสรุปผลสอบโอเน็ตต่อประชาชนเดือนพ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. เวลา 8.30 น. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) บางเขน ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน รักษาการ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมสนามทดสอบความถนัดทั่วไปหรือGAT และความถนัดทางวิชาชีพ/วิชการหรือ PATครั้งที่3/2553 ซึ่งจัดสอบวันที่ 9- 12 ต.ค.นี้ โดยมีรศ.ดร.ศักดา อินทรวิชัย ประธานคณะทำงานประจำศูนย์สอบมก. หัวหน้าศูนย์สอบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต้อนรับ
ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวว่า วันนี้เป็นการสอบวันแรกพร้อมกันทั่วประเทศ ที่สอบ GAT มีผู้มีสิทธิ์เข้าสอบจำนวน 240,232 คน และ สอบ PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ ผู้มีสิทธิ์สอบ จำนวน 158,842 คน ขณะที่ศูนย์สอบมก.มีผู้เข้าสอบ GAT จำนวน 7,674 คน และ ผู้เข้าสอบ PAT1 จำนวน 4,959 คน ทั้งนี้ ในการสอบครั้งนี้มีผู้เข้าสอบที่อายุมากที่สุดคือ 60 ปี ที่สนามสอบเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือและแก่นนครวิทยาลัย จ.ขอนแก่น รองลงมามีอายุ 55 ปี ที่สนามสอบม.เกษตรศาสตร์ ขณะที่มีผู้เข้าสอบที่อายุ 23 ปีขึ้นไปจำนวน 1,136 คน
รักษาการผอ.สทศ. กล่าวอีกว่า ภาพรวมการสอบวันแรกเรียบร้อยดี จะมีปัญหาบ้างคือนักเรียนมาสาย มีนักเรียนต่างจังหวัดมาขอสอบที่ศูนย์สอบมก. แต่ไม่อนุญาติให้เข้าสอบเพราะไม่ได้แจ้งล่วงหน้า และจากการตรวจเยี่ยมสนามสอบพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ตั้งใจสอบเป็นอย่างดี เพราะคาดว่าจะนำคะแนนไปใช้ในการสมัครเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งกำหนดจะประกาสผลสบในวันที่10 พ.ย.นี้ แต่คาดว่าจะประกาสได้ก่อน ซึ่งมหาวิทยาลัยที่จะนำคะแนนไปใช้ในการรับตรงก็จะสามารถใช้ได้ทัน
ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวต่อไปว่า กรณีที่สทศ.จะจัดทำ สมุดปกขาวระบุคุณภาพการศึกษาของนักเรียนไทยเข้าขั้นวิกฤตเผยแพร่เพื่อให้สังคมได้รับทราบถึงคุณภาพของนักเรียนไทยในปัจจุบันนั้น เป็นผลการประเมินการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) ของชั้นป.6 พบว่าอ่อนเรื่องการอ่านเชิงวิเคราะห์ ม.3 อ่อนการเขียนที่เป็นระบบ ม.6 อ่อนหลักการใช้ภาษาทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน
ขณะเดียวกันเมื่อมาดูแยกเป้นรายวิชาจะพบว่าวิชาวิทยาศาสตร์ อ่อนเรื่องกระบวนการคิด ด้านวิทยาศาสตร์เชิงเหตุผล สังคม อ่อนประวัติศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ส่วนคณิตศาสตร์จะสอนเน้นเรื่องการคิดเลขมากเกินไปแต่อ่อนคอนเซ็ป ไม่เน้นเนื้อหาจึงไม่สามารถนำไปใช้ประดยชน์ได้จริง และภาษาอังกฤษอ่อนทุกด้าน พูด อ่าน เขียน ซึ่งก่อนที่จะนำสมุดปกขาวไปเผยแพร่ จะจัดสัมมนาเพื่อระดมความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนักวิชาการ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งข้อมูลนี้มีการเปรียบเทียบข้อมูลการประเมินทางการศึกษาของต่างประเทศ เช่น ข้อมูลประเมินการศึกษานานาชาติของ Pisa
“คาดว่าสมุดปกขาวนี้จะสามารถเผยแพร่ได้ปลายเดือนพ.ย.นี้ สมุดปกขาวจะทำให้เรารู้ว่าเด็กไทยมีจุดอ่อนในเรื่องใด สทศ.มีข้อมูลที่จะสามารถชี้ให้เห็นว่าเราควรที่จะพัฒนาการศึกษาในด้านใดบ้าง โดยพยายามเชื่อมโยงข้อมูลกับต่างประเทศและรายงานให้ประชาชนทราบ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาสนใจการศึกษาอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาการศึกษาไทยจะมีปัญหาเรื่อการจัดหลักสูตรใหม่ที่โรงเรียนยังไม่เข้าใจกระบวนการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรใหม่ เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ อีกทั้งครูในปัจจุบันยังมีภาระงานเรื่องเอกสารเยอะ ทำให้ไม่มีเวลาสอน ซึ่งการที่ใส่งบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งระยะที่2(เอสพี 2) ลงไปสู่โรงเรียนเป็นเรื่องที่ดี แต่โรงเรียนต้องรับผิดชอบโครงการต่างๆมากขึ้น ทำให้ครูมีภาระมากขึ้น อยากให้จัดซื้อครุภัณฑ์ และสนับสนุนให้การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนมีความเข้มแข็งด้วย" รักษาการผอ.สทศ. กล่าว
ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวด้วยว่า สำหรับการสอบโอเน็ตในปีการศึกษา 2554 ซึ่งจะสอบในปี 2555 นั้นได้วางแนวทางการจัดสอบโอเน็ตในวิชาภาษาต่างประเทศเพิ่มเป็น 2 ภาษา คือวิชาภาษาอังกฤษ และวิชาภาษาต่างประเทศอื่น เนื่องจากขณะนี้มีการสอนภาษาของประเทศเพื่อนบ้านในชั้นเรียน เช่น จ.แม่ฮ่องสอน สอนภาษาพม่า ภาคใต้ภาษามลายู ส่วนภาคกลางให้เลือกสอบ ทั้งนี้ก็ขึ้นอกยู่กับนโยบายของผอ.สทศ.คนใหม่



