
พบกับการสัมมนาฮอตแท็ปไม่บานในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ (2)
สวัสดีครับแฟนๆ ชาวคนรักบ้าน ต้องขอขอบคุณแฟนๆ ที่ให้ความสนใจติดต่อกันเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพื่อสำรองจองที่นั่งในการเข้าฟังการสัมมนาครั้งสำคัญประจำปีนี้ของผมในหัวข้อ ฮอตแท็ป (HOTAP) ไม่บานที่เบิกบาน ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคมนี้
ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ห้องมิตติ้งรูม 4 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป นอกจากการร่วมฟังสัมมนาแล้ว ท่านจะได้รับแจก วีซีดี อพาร์ตเมนต์ไม่บาน ชุดใหม่ล่าสุด ชุดที่ 11 ที่จะทำการเปิดตัวในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ ในชื่อชุดรวมฮิต “ฮอตแท็ป” (HOTAP) ไม่บาน” มูลค่า 249 บาท แฟนๆ ท่านใดที่สนใจสามารถสำรองจองที่นั่งได้ที่เบอร์ 0-22451399 หรือ 0-2644-1478
จะว่ากันไปแล้วแนวคิด “ฮอตแท็ป” ไม่บานของผม ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ผมได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย อีกทั้งยังได้มีโอกาสเรียนรู้กระบวนการ “เกิดขึ้น คงอยู่ แตกดับ” ได้เห็นทั้งผู้ที่ประสบกับความสำเร็จและผู้ที่ประสบกับความล้มเหลวเปรียบเสมือนแมงเม่าที่บินเล่นกับแสงไฟ ที่สุดท้ายก็ต้องล้มหายตายจากกันไป ตลอดระยะเวลาดังกล่าวผมได้มีประสบการณ์ในการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีโรงเรียนไหน สถาบันไหน หรือคณะวิชาไหนสอน จึงถือว่าเป็น “มหาวิทยาลัยชีวิต” ครับ
ผมเห็นขบวนการ เกิดขึ้น คงอยู่และแตกดับ จากการที่ผมได้มีโอกาสฝ่าฟันวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจที่หนักหนาแสนสาหัสถึง 3 ครั้ง นับตั้งแต่ครั้งแรกที่จำได้ไม่ลืมชั่วชีวิต คือวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสมัยสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก ที่อิรัก โดยการนำของ “ซัดดัม ฮุสเซน” กรีธาทัพเข้ายึดคูเวต วิกฤติการณ์ครั้งนั้นแหละครับเศรษฐกิจทั้งโลกก็ชะงักงัน เพราะเกรงกันว่าสงครามจะบานปลาย เป็นผลให้ผู้ประกอบการหลายท่านที่ไม่ได้เตรียมตัวรับมือต่างก็ประสบกับสภาวะขาดทุนกันระเนระนาด
ต่อมาครั้งที่ 2 เรียกว่าวิกฤติการณ์พฤษภาทมิฬ ที่เกิดขึ้นจากคนไทยไม่ “รู้รักษ์สามัคคี” แก่งแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์กัน จนกลายเป็นสงครามกลางเมืองขึ้นในกรุงเทพฯ ก็เป็นอีกครั้งที่ยากจะลืม แต่ครั้งที่ 3 นี้แหละครับ ผมเชื่อว่าถึงอยากลืมก็ลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต เพราะวิกฤติการณ์ในครั้งนี้หนักหนาแสนสาหัสจริงๆ คือในช่วงที่ “พ่อใหญ่จิ๋ว” เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจอันมีสาเหตุมาจากการโจมตีค่าเงินบาท โดยพ่อมดทางการเงิน “จอร์จ โซรอส” จนกลายเป็นวิกฤติการณ์ “ต้มยำกุ้งดีซีส” แพร่ระบาดจากเมืองไทยกระจายไปทั่วเอเชียและลุกลามไปทั่วโลก แม้เวลาผ่านมานับสิบปี ก็ยังเหลือซากอาคารที่ถูกทิ้งร้างสร้างกันไม่เสร็จอีกจำนวนไม่น้อย ยังปรากฏเป็นหลักฐานให้ได้เห็นกันจนถึงปัจจุบันนี้
จากการที่ผมได้ผ่านประสบการณ์ชีวิตในธุรกิจเรียลเอสเตทมาอย่างโชกโชน ก็เลยเป็นผลให้ผมกลายเป็นคนมองโลกในแง่ลบ อีกทั้งยังไม่เล็งผลเลิศจนเกินไป จะทำกิจการงานใดก็ต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบ จนกระทั่งมีความมั่นใจเกินร้อย นอกจากนั้นยังต้องเตรียมการ “เปิดทางถอย” ซึ่งผมเรียกว่า “การบริหารกิจการยามวิกฤติ” (Crisis Management) จะว่ากันไปแล้วแนวคิดดังกล่าวไม่ใช่ของใหม่เลยครับ เป็นของเก่านำมาเล่าใหม่ต่างหาก ถ้าไม่เชื่อแฟนๆ ชาวคนรักบ้านก็ลองไปหาหนังสือชื่อ “ศิลปะในการทำสงคราม” หรือมีชื่อภาษาอังกฤษว่า “ART OF WAR” ซึ่งเขียนขึ้นโดย ปรมาจารย์แห่งพิชัยสงคราม “ซุนวู” ที่ได้มีการบันทึกไว้นับพันปีล่วงแล้ว มาอ่านเพื่อประดับสติปัญญากันครับ
นอกจากนั้นยังต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากวรรณกรรมชิ้นเยี่ยมซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในตำราพิชัยสงครามที่หากจะคิดทำการใหญ่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอ่านของสมเด็จเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ที่ได้แปล “สามก๊ก” เพื่อให้คนไทยได้อ่านมาเกือบ 200 ปี ตั้งแต่ในยุคต้นของรัตนโกสินทร์แล้วครับ จะเห็นได้ชัดว่าแท้จริงแล้วเราก็มี “ของดีมีอยู่” แต่กลับมองข้ามช่างน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
จากการที่ผมได้มีประสบการณ์จริง ได้ผ่านวิกฤติการณ์เศรษฐกิจทั้ง 3 ครั้งที่ได้เกิดขึ้นจริง (วิกฤติการณ์ “ซับไพรม์” ที่เพิ่งเกิดขึ้น ผมยังถือว่าไม่มีความร้ายแรงเท่ากับวิกฤติการณ์ 3 ครั้งที่ผ่านมา ผมจึงถือว่าเป็นวิกฤติการณ์ย่อย) ดังนั้น ผมจึงขอฟันธงลงไปตรงนี้ว่า เมื่อเกิดวิกฤติขึ้นถึง 3 ครั้งแล้ว วิกฤติครั้งที่ 4 จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้และสามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต (ถ้าอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมก็ขอให้แฟนๆ ชาวคนรักบ้านติดตามอ่านบทความวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์มหภาค (Macro-Economy) ของผมได้ทุกวันศุกร์ในคอลัมน์ “เรือนชานบ้านเมือง” ทางหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ซึ่งผมก็ได้พยายามตอกย้ำเพื่อเตือนสติให้พวกเราชาวคนรักบ้านระมัดระวังตัวเตรียมการหาทางหนีทีไล่ให้จงดีในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้ เพราะผมมีความเชื่อลึกๆ ว่า หากดำเนินกิจการด้วยความประมาท โอกาสพลั้งพลาดก็มีความเป็นไปได้สูงครับ
นอกจากนั้น หากเราลองมองรอบตัวในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นของไทยมีการเคลื่อนไหวตัวอย่างผิดปกติในช่วงนี้ เพราะกำลังไต่ขึ้นไปที่ระดับเลย 990 จุด อาจจะทะลุ 1,000 จุดในเร็ววัน ในมุมมองของผมเป็นระดับที่มีความผันผวนอย่างยิ่งครับ ดังนั้น หากแฟนๆ ชาวคนรักบ้านที่เป็นนักลงทุนจึงจำเป็นต้องระมัดระวังกันเอาไว้ให้จงดี เพราะในสภาวการณ์คับขันเช่นนี้กลุ่มทุนข้ามชาติกำลังรอการเทขายมากกว่าการซื้อครับ
ก่อนจากกันไปในสัปดาห์นี้ ผมขอกล่าวอ้างถึงอมตะวาจาของ ปรมาจารย์ “ซุนวู” ที่ยังคงใช้ได้ดีในปัจจุบันว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง มีชัยร้อยครั้ง” ซึ่งสาระน่ารู้เพื่อที่จะ “รู้เขา รู้เรา” ต่างๆ เหล่านี้จะอัดแน่นอยู่ในการสัมมนาครั้งสำคัญของผม ในหัวข้อ “ฮอตแท็ป” (HOTAP) ไม่บานที่เบิกบาน ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ก็ขอให้ข้อมูลอีกครั้งนะครับว่า “ฮอตแท็ป” หรือ “HOTAP” ของผมนั้น เป็น “คำนิยาม” ที่ผมคิดขึ้นมาเองครับ ซึ่งมีความหมายดังต่อไปนี้ คือ “H” หมายถึง “Home” คือ “บ้าน” ประเภท “ทาวน์โฮม” หรือ “ที่พักอาศัย” ในย่านกลางเมือง
ส่วน “O” คือ “Office” หมายถึง “สำนักงาน ที่ทำงาน ที่ประกอบกิจการทำธุรกิจธุรกรรมรวมไปถึงกิจการค้าขาย” ต่างๆ “T” หมายถึง “hotel” คือ “สถานที่ให้บริการที่พัก” อาจเป็นโรงแรมประเภทบูทิกโฮเทลที่สวยเก๋เท่ มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร และ “AP” หมายถึง “Apartment” ซึ่ง “อพาร์ตเมนต์” ในความหมายของผมไม่ใช่อพาร์ตเมนต์ประเภทที่เห็นกันอยู่เกลื่อนกลาดนะครับ แต่เป็นอพาร์ตเมนต์ที่สามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลง จากอพาร์ตเมนต์ปกติให้เป็น “เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์” หรือเป็น “บูทิกอพาร์ตเมนต์" ดังนั้นจะเห็นได้ว่า “ฮอตแท็ป” หรือ “HOTAP” ไม่บาน ของผมนั้น เป็นอาคารประเภทอเนกประสงค์ (HYBRID) มีความยืดหยุ่นตัวสูง สามารถปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจ, สังคมและการเมืองที่มีความผันผวนเปลี่ยนไปได้ทุกขณะในปัจจุบันอย่างแท้จริง
แล้วพบกับผมตัวเป็นๆ ให้ได้นะครับใน งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่การศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคมนี้ แล้วผมจะรอพบกับทุกท่านครับ



