
"หนี่ง" ผาณิต ให้ดอกไม้ ช่วยคลายร้อน
ใช่ว่าผู้หญิงจะชื่นชอบของสวยๆ งามๆ แถมสดชื่นอย่าง "ดอกไม้" ไปซะทุกนาง บางครั้งจังหวะและโอกาสที่ส่งมาก็พลอยให้รู้สึกว่า สิ่งที่กำลังคลุกคลีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันได้กลายเป็นความชอบและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ซึ่งหนึ่งคนที่อธิบายความรู้สึกนี้ได้ดีเห็นจะเป็น
ด้วยความจำเป็นต้องสนใจจนกลายมาเป็นมีฝีไม้ลายมือในการจัดดอกไม้ บังเกิดขึ้นจากคุณสามี "หนึ่ง" สรัญ ลิ้มสวัสดิวงศ์ อ้อนขอแรงให้ช่วยเป็นแม่งานเรื่องจัดดอกไม้ตกแต่งโรงแรม และประดับบริเวณเวลามีงานเข้า ความที่โรงแรมก็ยังใหม่กอรปกับส่วนตัวมองว่าน่าจะเป็นกิจกรรมแก้เครียดได้ด้วย ก็เลยยินยอมลงทุนและแรงอย่างเต็มใจ
แหม...ธุรกิจกำลังไปได้สวยจะไม่ให้ทุ่มสุดตัวก็กระไรอยู่ สาวรัฐศาสตร์แต่สนใจศิลปะคนนี้อุตส่าห์ไปลงทะเบียนเรียนรู้การจัดดอกไม้เป็นเรื่องเป็นราวที่สำนักดัง หวังกลับมาบุกเบิกงานดอกไม้ของโรงแรม ซึ่งเธอออกตัวว่าจากที่ไม่มีพื้นเลยตอนนี้ก็พอรู้วิธีจัดดอกไม้รูปแบบต่างๆ ในระดับหนึ่งทำให้มั่นใจมากขึ้น ที่สำคัญเริ่มสนุกและมีความสุขมั่ก ๆ
"ปกติก็มีแม่บ้านทำอยู่แล้ว พอเราเรียนมาก็ได้สอนเขาด้วย เริ่มตั้งแต่ไปเดินเลือกซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตลาด วิธีเก็บรักษา เรื่องโครงสร้างการจัด รูปทรง ซึ่งสไตล์ของหนึ่งจะเป็นแบบแล้วแต่ชอบ บางครั้งไปเจอที่เขาจัดสวยๆ ก็ถ่ายภาพเก็บไว้มาศึกษา แล้วต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจ หรือซื้อหนังสือเกี่ยวกับการจัดดอกไม้มาหาไอเดียเป็นเล่มๆ เลย แต่หนึ่งไม่ถนัดจัดแบบใช้โอเอซิส แต่ก็พยายามเรียนรู้นะ ไม่ใช่ทิ้งเลย" หวานใจเจ้าของโรงแรมสไตล์ไทยร่วมสมัย บอกอย่างอารมณ์ดี
วันที่เรามีโอกาสตามมาชมฝีมือของนักจัดดอกไม้มือใหม่ที่มีไอดอลเป็นคนดังอย่าง สกุล อินทกุล นักจัดดอกไม้แถวหน้าของเมืองไทย เธอเต็มใจให้เกาะติดความเคลื่อนไหวทุกขั้นตอน แต่ด้วยวันนี้ไม่มีงานใหญ่ให้โชว์ฝีมือขนาดอภิโปรเจกท์ เลยขอจัดดอกไม้ปกติเป็นช่อเล็กๆ จำพวกบูเก้ และแจกันเก๋ๆ สำหรับวางตามจุดต่างๆ ของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นหน้าลิฟต์ ห้องอาหาร ห้องพัก และล็อบบี้ไปพลางๆ
ซึ่งส่วนตัวเธอจะชอบช่อดอกไม้สไตล์เรียบหรู เน้นสีเดียวชนิดเดียว อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม อาจจะแซมด้วยใบไม้เก๋ๆ สัก 1-2 ใบ มากกว่าแนววาไรตี้ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ใบหญ้า ว่าแล้วก็หยิบดอกคาร่า ลิลลี่ สีม่วงเข้มจนออกดำที่ชื่นชอบกำใหญ่มาตัดก้านดอกแล้วใสแจกันทรงสูง ใช้มือจัดให้ดูเป็นธรรมชาติ เพียงแค่นี้ก็เรียบร้อยตามสไตล์ที่ชอบ
ต่อด้วยแกะมัดดอกไลเซนทัส สีชมพู แล้วปลิดใบตรงส่วนก้านออกก่อนจะใส่แจกัน แต่ต้องระวังไม่ให้ใบโดนน้ำเพราะจะทำให้ใบเน่าง่าย ระหว่างนี้เจ้าตัวหันมาบอกว่า ช่อดอกไม้และใบไม้ที่จัดลงแจกันง่ายๆ นี้ จะนำไปวางเป็นกลุ่มๆ ซึ่งดูสวยกว่าการแยกเดี่ยว หรือถ้าเป็นบูเก้ช่อเล็กๆ อย่างดอกเยอร์บีร่าสีเหลือง ชมพู และส้ม ก็จะวางเป็นก็กลุ่มเหมือนกัน โดยแต่ละวันจะเป็นคนเดินสำรวจความเรียบร้อยเอง ถ้าแจกันใบไหนควรต้องเปลี่ยนก็จะบอกให้พนักงานนำของใหม่มาเปลี่ยนด่วน ซึ่งดอกไม้ที่เลือกมาจัดส่วนใหญ่จะอยู่ได้ราว 1 สัปดาห์ หรือบางชนิดอาจนานกว่านั้น แต่จะไม่ปล่อยให้เฉาคาแจกันเด็ดขาด
"ปกติเป็นคนใจร้อนมาก ไม่ชอบทำอะไรค้างๆ คาๆ และเป็นคนตรงต่อเวลา ถ้าลงมือแล้วอะไรที่ต้องเสร็จในวันนั้นก็ต้องเสร็จ หรือถ้าให้ใครทำแล้วไม่ได้ดั่งใจก็จะทำเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ไว้ใจใครนะ เพียงแต่ใจร้อน พอได้มาจัดดอกไม้ รู้สึกว่าใจเย็นขึ้น มีสมาธิมากขึ้น แล้วรู้สึกสดชื่นด้วย และเวลาไปเข้าคอร์สเรียนจัดได้เจอเพื่อนๆ ก็มีความสุขดี" มือใหม่เรื่องดอกไม้ เผยผลพลอยได้
ไม่น่าเชื่อว่างานที่จับพลัดจับผลูมาคลุกคลีจะให้ประโยชน์มากกว่าที่คิด ซึ่งด้วยความที่เธอต้องช่วยสามีดูแลโรงแรมที่เน้นเรื่องความสะอาด และบริการดี และยังมีร้านเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ ให้บริหารอีก ทำให้แต่ละวันเครียดไม่น้อย การได้อยู่นิ่งๆ บ้างก็ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
"บางครั้งถ้ามีงานเลี้ยงใหญ่เข้ามาจะใช้พนักงานอย่างเดียวก็คงไม่ทัน ก็มีบ้างที่ตัวเองถึงกับไปยืนโรยกลีบกุหลาบในงานด้วยตัวเอง ลูกค้าที่จำเราได้ก็ตกใจ ว่าเราต้องทำเองเลยหรือ" หนึ่ง กล่าวพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
แม้งานบริหารธุรกิจร่วมกับสามีจะยุ่งแสนยุ่ง แต่คุณแม่ยังสาวคนนี้ก็ยังไม่หยุดเรียนรู้ โดยเจ้าตัวบอกว่ายังมีเรื่องการจัดดอกไม้แนวอื่นๆ ที่ยังต้องเรียนรู้ อย่างเรื่องของโครงสร้าง และการจัดดอกไม้ขั้นสูง ซึ่งทั้งหมดได้ทั้งความรู้และความสุขแบบเย็นๆ ใจ....
เรื่อง /ชาญยุทธ ปะวะขัง
ภาพ / ฐานิส สุดโต



