
รอบรั้วเกษตร (ศุกร์ที่ 8 ต.ค.53)
***สกย.เร่งปั้น"ครูยาง"สู่รากหญ้า
พิษณุโลก - นายสมพร ภูชฎาภิรมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า การอบรม ”ครูยาง” เป็นรุ่นแรกของจังหวัดพิษณุโลก สืบเนื่องจากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เป้าหมายเพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำยางพารา แม้ว่ารุ่นนี้อบรมประมาณ 20 คนแต่ในระยะ 3 ปีจากนี้ไป จะเพิ่มผลปริมาณ ”ครูยาง” มากขึ้น เพื่อที่ให้ผู้นำเครือข่ายเกษตรกรไปบอกเรื่องราวความรู้ยางพาราและกรรมวิธีการเพิ่มผลผลิตน้ำยางพารา หลังจากสวนในยางพิษณุโลกหลายแห่งทยอยเริ่มกรีดน้ำยางได้ ส่วนโครงการกล้ายางฟรี 8 แสนไร่ตามมาตรา 21 ทวิ ของรัฐบาลนั้น ขณะนี้ กสย.ยังไม่สามารถประกาศรับสมัครเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ แต่เชื่อว่าจะต้องเร่งดำเนินการในช่วงต้นปีงบประมาณ 54 นี้
***เอฟเอโอจัดงานวันอาหารโลก
นครพนม - นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงการจัดงานวันอาหารโลก ที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และจังหวัดนครพนม กำหนดจัดงานวันอาหารโลก (World Food Day) ระดับประเทศ ประจำปี 2553 ขึ้น ระหว่างวันที่ 17-24 ต.ค. 2553 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดนครพนม มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ตระหนักถึงความสำคัญของอาหารต่อมวลมนุษย์ และได้รับรู้สาเหตุความอดหยากหิวโหยที่ยังคงมีอยู่ และเพื่อกระตุ้นให้รัฐบาล สถาบันการเงิน และองค์กรพัฒนาเอกชน ได้เพิ่มความพยายามในการเพิ่มผลผลิตอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อการบริโภค นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชนในชนบทในการพัฒนาระดับคุณภาพชีวิต รวมทั้งส่งเสริมให้มีการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีแก่เกษตรกรรายย่อยและผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ อันจะนำไปสู่การพัฒนาการเกษตรของประเทศไทยต่อไป
***สมัชชาชี้เกษตรอินทรีย์เกิดยาก
กทม. - นายสุพัฒน์ ธนะพิงค์พงษ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามผลการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการในการติดตามความก้าวหน้าถึงผลการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เรื่องเกษตรและอาหารในยุควิกฤติ ในช่วงที่ผ่านมา ว่าในประเด็นของเกษตรอินทรีย์ พบว่ายังมีปัญหาอยู่โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ยังหันกลับไปใช้สารเคมี เนื่องจากการปลูกฝังให้เกษตรกรหันมาดำเนินการในเรื่องเกษตรอินทรีย์นั้นยังไม่สามารถดำเนินไปได้ในทุกท้องที่ โดยที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นเพียงการนำเสนอเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรนำกลับไปดำเนินการตามนั้น
แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ อีกทั้งการที่กลุ่มนายทุนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ทำกินให้ชาวบ้านทำการเกษตร ซึ่งต้องการผลผลิตจำนวนมาก จึงใช้สารเคมีมากกว่าที่จะพึ่งพาในเรื่องของเกษตรอินทรีย์



