ไลฟ์สไตล์

แปลงต้นกกเป็น"เสื่อมัดหมี่"
อาชีพแก้จนนักเรียนโพนแพง

แปลงต้นกกเป็น"เสื่อมัดหมี่" อาชีพแก้จนนักเรียนโพนแพง

08 ต.ค. 2553

แม่พิมพ์ชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านโพนแพง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี "มณี ภววิจารณ์" ถ่ายทอดวิชาศิลปาชีพท้ายสุดในชีวิต ด้วยการทอเสื่อมัดหมี่ จากต้นกกให้แก่ลูกศิษย์ นำประกอบอาชีพแก้จน จนสามารถแบ่งผลกำไรกันทั่วหน้า

   ครูมณีเล่าว่า เกิดปี พ.ศ.2501 ยังคงเหลือระยะเวลารับราชการอีกไม่มากนัก จึงอยากจะถ่ายทอดความรู้ ที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้มีวิชาชีพติดตัว เพื่อไปใช้ในการดำรงชีวิตในภายภาคหน้า ด้วยการทอเสื่อจากต้นกก ขายผืนละตั้งแต่ 300-1,000 บาท และก็ได้ถ่ายทอดวิชานี้ให้แก่นักเรียนไปแล้วถึง 3 รุ่น ด้วยการให้นัดเรียน ม.1 ปลูก ม.2 ทอ และ ม.3 เป็นผู้จำหน่าย

 ส่วนการทอนั้น เน้นในเรื่องการทอเสื่อ ลายมัดหมี่ ซึ่งมีขั้นตอนของการทอหรือการผลิตที่สลับซับซ้อนมาก เมื่อทอเสร็จแล้ว ลูกค้าส่วนมากมักจะเป็นพ่อค้านักธุรกิจ เจ้าของโรงแรม แมนชั่น ต่างๆ เพื่อนำไปประดับอาคาร ตลอดจนที่พักอาศัย เมื่อได้เงินมาก็จะหักต้นทุนออก ที่เหลือก็จะแบ่งให้นักเรียนทุกคน ที่ร่วมกันผลิต ทำให้เป็นการแบ่งเบาสภาวการณ์ใช้จ่ายในครัวเรือนได้บ้าง และอีกประการ เมื่อ นักเรียนเหล่านี้จบออกไป ก็สามารถนำวิชาชีพของการทอเสื่อมัดหมี่จากต้นกกนี้ ไปประกอบอาชีพและนำไปสู่การแก้จนในภายภาคหน้าได้

 เธอระบุอีกว่า สำหรับเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ในการทอเสื่อนั้น ได้แก่ กี่ (สมัยโบราณเรียกว่า โฮง ทำจากไม้ไผ่หรือไม้เนื้อแข็ง) ปัจจุบันทำจากไม้เนื้อแข็งเป็นรูปสีเหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 1.70 ซม. ความสูงแล้วแต่ความเหมาะสม (ฟืม) มี 3 ขนาด ฟืมขนาดเล็ก ใช้ทอเสื่อลายมัดหมี่ ส่วน ฟืม ขนาดใหญ่ ใช้ทอเสื่อสำหรับปูที่นอน และสุดท้าย ฟืมทอลายธรรมดา ใช้สำหรับทอเสื่อปูรับแขกที่มาเยี่ยมในครัวเรือน ไม้กำปั้น ทำจากไม่ไผ่ ยาว 1.3 ซม.ใช้สำหรับมัดเชือกไนลอน ที่เป็นเครือเสื่อ จะทำให้เสื่อเลื่อนไปเรื่อยๆ ขณะทอ

 ส่วนกะละมัง ใช้สำหรับรองน้ำเพื่อพรมกกให้ชุ่มชื้นขณะทอ กรรไกร ใช้สำหรับตัดเชือกไนลอน และตัดริมเสื่อ อัก ใช้สำหรับกรอเชือกไนลอน เพื่อให้สะดวกในการกางเสื่อแนวยืน กง ทำจากไม้ไผ่และเชือกไนลอน ใช้เป็นอุปกรณ์ในการกรอเชือกร่วมกับอัก จักรเย็บผ้า ใช้เย็บขอบริมและการต่อพันของเสื่อให้สร้างขั้นก่อนที่จะนำกกมาทอนั้น ขั้นตอนก็จะต้องมีการนำกกมาจักเป็นเส้นเสียก่อน แล้วตากแดดให้แห้ง ประมาณ 3 แดด ก็ใช้ได้

  "วิชานี้ ตนก็อยากจะนำมาเผยแพร่ โดยให้มีการสืบรอยตา วารอยปู่ ไปตลอดยาวนาน ทุกยุคทุกสมัย และนอกจากสอนให้นักเรียนที่โรงเรียนแล้วยังได้รับเชิญ จากโรงเรียน กศน.ให้เป็นวิทยากร สอนการทอเสื่อจากต้นกกนี้ ควบคู่กันไปด้วย เชื่อว่าบรรดาลูกศิษย์ทุกคน คงจะนำวิชาชีพนี้ไปขยายผลต่อไปเพื่อเป็นรายได้ของครอบครัว" ครูมณีกล่าว

 ทั้งนี้ กกนั้นจัดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ปลูกง่าย ชอบขึ้นในบริเวณน้ำขัง หรือที่ชื้น ลำต้นใต้ดิน(หัว) ปลูก ส่วนลำต้นนำมาใช้ทอเป็นเสื่อ หรือนำมาถักเป็นที่รองแก้ว กระจาดใส่ผลไม้ กระติบข้าวเหนียว แต่สำหรับภาคอีสานนิยมมาทอเป็นเสื่อ ปัจจุบันประเทศไทยมีกกอยู่ 6 ชนิด ได้แก่ จันทบูรณ์ ขยูนนาน กระจูด สามเหลี่ยม หรือเหลี่ยม ลังกา และ กลม 

"กฤษณะ วิลามาศ"