
มุมมองใหม่-4ป.ดึงชุมชนร่วมจัดการศึกษาเป็นเจ้าของสู่ความร่วมมือพัฒนาร.ร.
ชาวบ้านระกา ลงขันและลงแขกกันสร้างอาคารเรียนใหม่ทดแทนอาคารเรียนเดิมอายุกว่า 30 ปี ที่ได้รับงบประมาณซ่อมแซมมาแค่เล็กน้อย เช่นเดียวกับอีกหลายสิ่งหลายอย่างในโรงเรียนที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของชุมชน โดยไม่รอความช่วยเหลือจากรัฐ
เพราะผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านระกา ใช้เวลากว่า 10 ปี ทำให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนของชุมชน ทำให้ชาวบ้านทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของโรงเรียน โดยใช้การบริหารจัดการฐานโรงเรียนที่เน้นโรงเรียนและชุมชนเป็นหลัก มียุทธศาสตร์ 4 ป.เป็นตัวนำ
ตลอดเวลาของการเป็นผู้บริหารสถานศึกษามากว่า 12 ปี ผอ.อดิเรก บุญคง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านระกา ต.โคกเพชร อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ คิดรูปแบบการบริหารจัดการฐานโรงเรียนที่เน้นโรงเรียนและชุมชนเป็นหลัก โดยใช้ยุทธศาสตร์ 4 ป. พัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ ทำให้เป็น “โรงเรียนของชุมชน” ไม่ใช่ “โรงเรียนของรัฐ” เพราะเชื่อว่าอาศัยแค่งบประมาณจากรัฐ หรือพึ่งพาแต่ความสามารถของผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ทำให้โรงเรียนพัฒนาไปได้ไกลได้ ต้องได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากชุมชนด้วย
ผอ.อดิเรก บอกว่า ถ้าผู้บริหารสถานศึกษาไม่เก่ง โรงเรียนก็ยากจะพัฒนาได้ ถึงแม้จะได้ผู้บริหารที่เก่งแต่ชุมชนไม่ดี ก็ยากจะพัฒนาโรงเรียนไปได้ไกลเช่นกัน เหมือนการบริหารงานประเทศ มีนายกฯ เก่งคนเดียวไม่พอ ต้องได้คนเก่งมาเป็นทีมงานด้วย มิฉะนั้น อายุรัฐบาลคงไม่ยาวนาน การทำโรงเรียนเป็น โรงเรียนชุมชน อันดับแรกต้องหาทางกระตุ้นให้ชุมชน ผู้ปกครอง เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของโรงเรียน จากนั้นแรงใจแรงกายแรงสนับสนุนต่างๆ จากชุมชน ผู้ปกครองจึงจะตามมา ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2540 ที่มาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านระกา
ผอ.อดิเรก เล่าว่า โรงเรียนพยายามให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษา เชิญชุมชน ผู้ปกครองมาร่วมรับฟังและนำเสนอสิ่งที่โรงเรียนจะดำเนินการ อย่างเช่น โรงเรียนวางแผนปฏิรูปการเรียนรู้ จัดการเรียนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ก็จะเรียกประชุมชุมชนและผู้ปกครองเพื่อให้ข้อมูล และขอความร่วมมือจากชุมชนสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อเปลี่ยนมาจัดการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เพราะโรงเรียนไม่มีความสามารถพอที่จะจัดหาได้ด้วยตัวเอง
ส่วนการดึงชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์พัฒนาโรงเรียน จะมีการประชุมประชาคมเพื่อถามความเห็นว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า ต้องการให้หน้าตาโรงเรียนเป็นอย่างไร ต้องการนักเรียน ครูแบบไหน การเรียนการสอนเป็นอย่างไร แล้วนำความเห็นจากชุมชนมาสร้างเป็นแผนพัฒนาโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนจะต้องบริหารจัดการตามแผนดังกล่าว และให้กรรมการสถานศึกษาซึ่งมีตัวแทนของชุมชน ผู้ปกครอง ร่วมตรวจสอบความสำเร็จในการดำเนินการของโรงเรียน
ยุทธศาสตร์ 4 ป. จึงประกอบด้วย ป.ตัวแรก คือ “เปิดใจ” โรงเรียนต้องเริ่มต้นจากการสร้างความมั่นใจ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากชุมชนก่อน ชาวบ้านจึงจะเปิดใจให้การยอมรับ และตามมาด้วยการให้ความร่วมมือ ผอ.อดิเรก เล่าว่า ก่อนที่จะมาเป็นผู้บริหาร ที่นี่ขาดแคลนทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า จึงสัญญากับชาวบ้านจะแก้ปัญหาให้และพยายามประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำประปาและไฟฟ้าเข้ามาจนได้ เมื่อชาวบ้านได้เห็นว่า ผอ.ร.ร.บ้านระกา ทำจริงจังตามที่พูดไว้จึงเปิดใจยอมรับ
ป.ถัดมา คือ “เปิดเผย” ข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ โรงเรียนจะนำบัญชีมาแสดงให้กรรมการสถานศึกษา ชุมชน ผู้ปกครอง เห็นชัดๆ ว่า ใช้เงินทำอะไรไปเท่าไหร่ ให้เห็นว่า โรงเรียนบริหารจัดการเงินโปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ จะทำให้ชุมชนยอมรับโรงเรียน ผลพลอยได้เพิ่มเติม คือ ชุมชนได้รับรู้ถึงความขาดแคลนของโรงเรียนและเข้ามาให้ความช่วยเหลือ อย่างเช่น งบประมาณโครงการอาหารกลางวัน โรงเรียนเคยได้รับแค่ร้อยละ 40 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด แต่เมื่อมีการประชุมกัน ทุกคนลงมติว่า ต้องการให้เด็กทุกคนได้รับประทานอาหารกลางวันแล้วก็พากันเข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้
ป.ตัวที่สาม คือ “เปิดกว้าง” ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปแบบต่างๆ อย่างเช่น ให้ภูมิปัญญาชาวบ้านมาช่วยสอนหนังสือ หรือการให้กรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์และแผนพัฒนาโรงเรียน มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเงิน ซึ่งจะทำให้ชุมชนรู้สึกผูกพันและเป็นเจ้าของโรงเรียน แม้กระทั่งการรับครูที่ขอย้ายมาประจำที่โรงเรียน ก็ต้องผ่านการพิจารณาของชุมชนด้วย ถ้าชุมชนไฟเขียวครูใหม่จึงจะย้ายมาประจำได้
ป.ตัวสุดท้าย คือ “เปิดตัว” นำผลงานที่โรงเรียนทำในรอบปีมาประชาสัมพันธ์ จัดแสดงให้ชุมชนรับรู้ เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญของการเปิดโรงเรียนสู่ชุมชน สื่อสารให้ชุมชนได้รู้ว่า โรงเรียนทำอะไรดีๆ ไปบ้าง เพื่อให้ชาวบ้านยอมรับ เกิดความภาคภูมิใจในโรงเรียนของเขาและเข้ามาให้ความช่วยเหลือ
4 ป.นี้ช่วยสร้างความรู้สึกว่า โรงเรียนเป็นของทุกคนในชุมชน เมื่อเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ โรงเรียนจะไม่ถูกทอดทิ้ง อุปกรณ์การเรียนส่วนใหญ่ แม้กระทั่งคอมพิวเตอร์และห้องคอมพิวเตอร์ได้รับการจัดหามาโดยชุมชน รวมถึงสนามกีฬา สนามเด็กเล่น ก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของชุมชนเช่นกัน รวมถึงการช่วยดูแลซ่อมแซมอาคารเรียนที่ทรุดโทรม
นอกจากนี้ โรงเรียนก็เปิดให้ชุมชนใช้อาคารสถานที่ อุปกรณ์ต่างๆ ของโรงเรียนในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนได้ ชาวบ้านสามารถเข้ามาใช้สนามเด็กเล่น สนามกีฬา อุปกรณ์กีฬาได้ตลอด ที่นี่ไม่เคยมีของเสียหายหรือสูญหาย แม้จะเปิดประตูโรงเรียนตลอดเวลา
ต้องการทราบรายละเอียด 4 ป.สอบถามได้ที่ ผอ.อดิเรก โทร.08-1976-0832



