
รอบรั้วเกษตร (พฤหัสบดีที่ 7 ต.ค.53)
***เปิดศูนย์เกษตรอินทรีย์แห่งแรก
ระนอง-นายนิรวัชช์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จ.ระนอง ได้เปิดศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีระนอง นำร่องแห่งแรกในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีระนอง อยู่ภายใต้โครงการเสริมสร้างความสามารถในการผลิตและจัดการทรัพยากรภาคการเกษตรให้เกิดความยั่งยืน โดยการยึดหลักหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นโครงการบูรณาการที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือ เจตนารมณ์และความตั้งใจ ในการพัฒนาจุดเรียนรู้ จุดสาธิตการทำการเกษตรอินทรีย์ต้นแบบที่เหมาะสมกับพื้นที่ จ.ระนอง และเน้นการพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จ.ระนอง ให้ความสำคัญต่อการผลิตทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกษตรกรลดความเสี่ยงจากพิษภัยของสารเคมีและผู้บริโภคได้รับอาหารที่ปลอดจากสารเคมี และยังเป็นการลดภาระด้านค่าใช้จ่ายของเกษตรกรลงได้อีกทางหนึ่ง
***หนุนผลิตปุ๋ยลดต้นทุนแก้ปุ๋ยแพง
ลำปาง-นายสมโภช ปานถม หมอดินอาสาประจำ ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ของสถานีพัฒนาที่ดินลำปาง ผู้ก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกพืชปลอดภัยจากสารพิษและไร่นาสวนผสม กล่าวว่า จากปัญหาปัจจัยการผลิตโดยเฉพาะปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมีราคาแพงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงขึ้น ดังนั้นจึงได้เกิดการรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อผลิตพืชแบบปลอดภัยจากสารพิษและมีการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตหันมาพึ่งพาสารอินทรีย์แทนสารเคมีมากขึ้น โดยใช้ปุ๋ยพืชสดเพิ่มธาตุอาหารในดินแทนปุ๋ยเคมี ซึ่งนอกจากทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงได้อย่างมาก ดินยังมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นด้วย
*** เร่งพัฒนาคุณภาพกาแฟแข่งอาฟตา
กทม.-นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก.เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ไทยมีพันธกรณีต้องลดภาษีและต้องยกเลิกมาตรการโควตาภาษีสินค้ากาแฟ ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) โดยกาแฟสำเร็จรูปต้องลดภาษีเหลือร้อยละ 0 เมล็ดกาแฟ เหลือร้อยละ 5 โดยไทยมีเกษตรกรปลูกกาแฟทั่วประเทศราว 3 หมื่นครัวเรือน เป็นโรบัสต้า ร้อยละ 93 แหล่งผลิตอยู่ภาคใต้ และอาราบิก้าร้อยละ 7 แหล่งผลิตอยู่ภาคเหนือ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ผู้ปลูกกาแฟได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการค้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งปรับปรุงยุทธศาสตร์กาแฟปี 2552-2556 เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้สินค้ากาแฟไทยกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้



