ไลฟ์สไตล์

เกณฑ์รอบ3สมศ.เน้นกัลยาณมิตรไม่สร้างภาระ

เกณฑ์รอบ3สมศ.เน้นกัลยาณมิตรไม่สร้างภาระ

05 ต.ค. 2553

สมศ.วางเกณฑ์ประเมินรอบ 3 เน้นกัลยาณมิตร ไม่สร้างภาระแก่สถาบันการศึกษา ด้านอาชีวะ ชี้ชัดสถานศึกษาใดมีนักศึกษาทะเลาะวิวาทถูกหักคะแนนในส่วนนี้ แต่หากทะเลาวิวาททั้งโรงเรียนอาจส่งผลให้ถูกสถาบันไม่ผ่านการรับรอง ขณะที่อุดมศึกษา เบื้องต้นประเมินการจัดการศึกษานอก

เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่อาคารพญาไทพลาซ่า สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) (องค์กรมหาชน) แถลงตัวบ่งชี้เพื่อการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม(พ.ศ.2554-2558)ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านการศึกษาอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา โดยมีดร.ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ประธานกรรมการบริหารสมศ. กล่าวว่าเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ดำเนินการไปได้ประมาณ90 % ซึ่งการประเมินรอบนี้จะไม่สร้างภาระแก่ผู้ถูกประเมิน แต่เป็นการสร้างทัศนคติต่อการประเมินที่ดี

  ทั้งนี้ กรณีที่มีกระแสข่าวว่าบอร์ดสมศ.จะลาออกยกชุด เนื่องจากมีปัญหาการบริหารจัดการขององค์กร จริงๆแล้วทุกองค์กรต่างมีปัญหาในการบริหารจัดการ ซึ่งที่ผ่านมาสมศ.ให้ความสำคัญ ดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้มาตลอด เพราะ สมศ.เป็นองค์กรที่ต้องไปประเมินสถานศึกษา จึงต้องมีความน่าเชื่อถือ แต่ในการลาออกของผู้บริหารบอร์ดสมศ. มีลาออกจริง แต่ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไร

 ด้าน ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสมศ. กล่าวว่าสมศ.ได้พัฒนามาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์ให้คะแนนการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ให้มีตัวบ่งชี้น้อยลง โดยยึดหลักการประเมินแบบกัลยาณมิตร ที่สถานศึกษาไหนทำดีต้องบอกว่าดี ทำไม่ดีบอกว่าไม่ดี รวมถึงยึดหลักสร้างความเข้าใจที่ดีซึ่งกันและกันเพื่อให้สถานศึกษานำผลการประเมินไปปรับปรุงการเรียนการสอน โดยการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ประเมินเดือนมิถุนายน ปี 2554 ซึ่งจะทำการประเมินระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5,000 แห่ง ระดับอาชีวศึกษา 70 แห่ง และระดับอุดมศึกษา 330 คณะ

 นายสมนึก พิมลเสถียร ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานกล่าวว่ากรอบการประเมินคุณภาพ ภายนอกรอบสาม จะเป็นการบูรณาการการดำเนินงานของสมศ.กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เช่น สพฐ. องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และกรุงเทพมหานคร เป็นต้น เพื่อสร้างต้นแบบของระบบการประเมิน โดยตัวบ่งชี้พื้นฐาน มีทั้งหมด 9 ด้าน เช่น ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์ มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีความใฝ่รู้ เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง คิดเป็น ทำเป็น และ ปรับตัวเข้ากับสังคม เป็นต้น

 ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาด้าน อาชีวศึกษา กล่าวว่าในส่วนของการประเมินอาชีวะ เน้นเรื่องของระเบียบวินัยและความประพฤติของนักศึกษา เห็นได้ว่าปัจจุบันมีเหตุนักศึกษาทะเลาะวิวาท ปัญหายาเสพติด ไม่รับผิดชอบต่อการเรียน เช่น มาสาย ขาดเรียนบ่อย รวมถึงพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ อย่างไรก็ตามในการประเมินพฤติกรรมของนศ.หากพบว่าสถานศึกษาใดมีเรื่องนี้เป็นจุดอ่อนก็จะต้องนำไปสู่การปรับปรุงเพราะเป็นการประเมินในภาพรวมหากสถานศึกษาใดมีนักศึกษาก่อการทะเลาะวิวาทเพียงเล็กน้อยถ้าถูกปรับตกและไม่ผ่านการประเมินก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องแต่ได้คะแนนในส่วนนี้ลดลง แต่หากทะเลาวิวาทกันทั้งโรงเรียนอาจส่งผลให้ถูกสถาบันปิดได้

 ศ.ดร.ปรัชญา เวสารัชช์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษา(กพอ.) กล่าวว่าการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 ระดับอุดมศึกษา จะเป็นการประเมินทั้งหมด 330 คณะ โดยจะประเมินในภาพรวม และดูด้วยว่าแต่ละคณะไปจัดการศึกษานอกที่ตั้งหรือไม่ ซึ่งหากพบว่านอกที่ตั้งแห่งหนึ่งแห่งใดไม่มีคุณภาพ โดยเบื้องต้นกพอ.คาดว่าจะไม่รับรองคุณภาพทั้งคณะ

  ทั้งนี้ การประเมินการจัดการศึกษานอกที่ตั้งจะประเมินเฉพาะคณะ สถาบันที่รายงานชื่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ซึ่งหากสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษานอกที่ตั้ง แล้วไม่ได้แจ้งยังสกอ.ถือว่าเป็นการจัดการศึกษาเถื่อน สมศ.จะมีแนวทางในการดำเนินการ 2 รูปแบบคือ 1.ไม่ประเมินสถานศึกษานั้น และ2.ประเมินแต่ไม่ให้การรับรอง

 ทั้งนี้ในส่วนของการประเมินคณะที่ไปจัดการศึกษานอกที่ตั้งจะดูจากรายชื่อคณะที่รายงานการเปิดสอนนอกที่ตั้งเท่านั้นหากเปิดสอนนอกที่ตั้งโดยที่ไม่แจ้งกับสกอ.สมศ.ก็จะไม่ประเมิน อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวจะต้องนำไปหารือร่วมกับคณะกรรมการการอุดมศึกษา( กกอ.) และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ด้วยหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบก็จะต้องมากำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจนอีกครั้ง