ไลฟ์สไตล์

คิดให้ดีๆ ไม่เอาพืชจีเอ็มโอ

คิดให้ดีๆ ไม่เอาพืชจีเอ็มโอ

06 ต.ค. 2553

วันก่อนไปหาอาจารย์สุทัศน์ "ดร.สุทัศน์ ศรีวัฒนพงศ์" นายสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เพื่อพูดคุยหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ความคืบหน้าด้านเทคโนโลยีชีวภาพ หรือเทคโนโลยีการตัดแต่งพันธุวิศวกรรมพืช หรือพืชจีเอ็มโอ เพราะเห็นว่า ตา

  เป็นเรื่องที่แปลกครับ เรากำลังค้านไม่ให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีจีเอ็มโอ เรากลัวพืชจีเอ็มโอสารพัด สุดแต่แกนนำที่คัดค้านขุดเอามาอ้าง แต่เรากลับนำเข้าพืชจีเอ็มโอมีมูลค่าอย่างมหาศาล โดยเฉพาะถั่วเหลืองจากประเทศที่อยู่คนละฟากฝั่งกับประเทศไทย ทั้งจากชิลี บราซิล และอาร์เจนตินา มีมูลค่าปีละกว่า 5 หมื่นล้านบาท

 เชื่อไหมครับว่า ในจำนวน 25 ประเทศที่ปลูกพืชจีเอ็มโอนั้น มีชิลี บราซิล และอาร์เจนตินา ซึ่งอาร์เจนตินากับบราซิลนั้นปลูกพืชจีเอ็มโอมากเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 รองจากสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะถั่วเหลือง ข้าวโพด และฝ้าย แต่ละประเทศมีพื้นที่ปลูกกว่า 21 ล้านเฮกตาร์ ดังนั้นถั่วเหลืองที่นำเข้าจากประเทศเหล่านี้คิดหรือว่าไม่ใช่ถั่วเหลืองจีเอ็มโอ

 การที่คนไทยไม่เอาพืชจีเอ็มโอนั้น ชักจะเอากันใหญ่ไปแล้ว เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นกลุ่มเอ็นจีโออย่างเดียวนะครับ ตอนนี้ลามถึงจะดับนโยบายไปแล้ว ตอนที่ไปหาอาจารย์สุทัศน์นั้น ท่านกำลังอ่าน (ร่าง)แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2554-2559

 ใน (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 หัวข้อ 3.3.2 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคเกษตรและสร้างมูลค่า มีหัวข้อย่อยอีก 9 ข้อด้วยกัน ซึ่งในข้อที่ 6 ระบุว่า ส่งเสริมการผลิตปลอดจากการตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อคงไว้ซึ่งความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย

 อาจารย์สุทัศน์ให้ข้อคิดที่น่าใจครับ ท่านบอกว่า ประเทศไทยเรานี่ก็แปลก คนไม่ค่อยเชื่อนักวิจัย และนักวิชาการ แต่กลับเชื่อคนที่คัดค้าน อย่างสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่เจริญ มีการส่งเสริมเกษตรกรปลูกพืชจีเอ็มโอเกือบ 10 ชนิด ในพื้นที่ 64 ล้านเฮกตาร์ แต่เรากลับเป็นการสวนกระแสการพัฒนาที่โลกเขาให้ความสนใจอยู่ เข้าทำนองที่ว่า “เกลียดตัวกินไข่”

 อย่าลืมว่าขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศต่างทุ่มเทดำเนินงานวิจัยและสนับสนุนการใช้พืชจีเอ็มโอ อาทิ จีน อินเดีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ แม้แต่ยุโรปเองกระแสการต่อต้านนั้นลดลงแล้ว

 สมมติว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้าโลกได้ประจักษ์แล้วว่า พืชจีเอ็มโอไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อสิ่งมีชีวิตที่บริโภคเข้าไป เราจะต้องซื้อเขาอีกใช่หรือไม่ ทุกวันนี้ไม่ต้องไปดูอะไร แค่โทรศัพท์มือถือมีสักเครื่องหรือสักหนึ่งยี่ห้อไหมที่เป็นเมดอินไทยแลนด์ 100% เราจะปล่อยให้ตกขบวนงั้นหรือ?

 คิดให้ดีๆ นะครับ จะไม่สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาพืชเทคโนโลยีชีวภาพ หรือจีเอ็มโอในระดับนโยบาย

"ดลมนัส  กาเจ"
([email protected] )