
มุมมองใหม่-10คุ้ม13กองทุนชุมชนบ้านยางต้นแบบเรียนรู้การพึ่งตัวเอง
ชาวบ้านยาง ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ช่วยกันออกแบบ ตำราพัฒนาชุมชนของบ้านยาง มีตัวละครหลัก 2 ตัว คือ 10 คุ้ม และ 13 กองทุน ตำราบทใหม่ ขจัดความยากจนโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้ชาวบ้านทุกคนร่วมเป็นฟันเฟืองในกลไกพัฒนาชุมชนด้วย ผ่านไปกว่า 10 ปี ทุก
วิจิตร วังสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านยาง เล่าให้ฟังว่าในอดีตพื้นที่นี้เคยมีปัญหายาเสพติดมากเพื่อดูแลความปลอดภัยชุมชน ชาวบ้านยางจึงแบ่งและรวมตัวกันเป็นคุ้ม รวมทั้งหมด 10 คุ้ม เพื่อให้สมาชิกในคุ้มซึ่งมีประมาณ 10-12 ครัวเรือน ช่วยกันสอดส่องดูแลกัน โดยให้สมาชิกช่วยกันเลือกหัวหน้าคุ้ม และระดมสมองหาทางลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้แก่คนในชุมชน ซึ่งนำไปสู่การทยอยระดมทุนจากชาวชุมชนบ้านยางตั้งกองทุนต่างๆ 13 กองทุน โครงสร้างการบริหารงานกองทุนนั้น เน้นให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม ทุกกองทุนจะมีการจัดตั้งกรรมการมาบริหารกองทุนโดยให้ชาวบ้านร่วมเป็นกรรมการ ขณะที่คุ้มทั้ง 10 คุ้ม ต้องส่งตัวแทนมาคุ้มละ 1 คน ร่วมเป็นกรรมการ
ผู้ใหญ่วิจิตร บอกว่า กองทุนต่างๆ ในหมู่บ้านยางนั้น ส่วนหนึ่งตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการประกอบอาชีพของคนในชุมชน ซึ่งมีอาชีพดั้งเดิมอยู่ 3 อย่าง คือ ทำไม้กวาดดอกหญ้าส่งขายทั่วประเทศ และเพาะชำไม้ดอกไม้ประดับส่งขายจตุจักร ขณะที่กองทุนอีกส่วน ตั้งขึ้นเพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของชาวบ้าน ซึ่งนั่นก็คือ การลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ตามเป้าหมายหลักในการพัฒนาชุมชนของชาวบ้านยาง
เช่น กองทุนออมทรัพย์หมู่บ้าน ตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 ช่วงที่ฟองสบู่แตก เศรษฐกิจพังทลาย ทุกคนได้รับความเดือดร้อนกันทั่วบ้านแต่ชาวบ้านยางเห็นว่า จะรอความหวังจากรัฐบาลไม่ได้จึงรวมตัวตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นมา มีสมาชิกแรกเริ่ม 80 คน ระดมเงินได้ 1 หมื่นบาท นำมาปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ชาวบ้าน ปัจจุบันมีสมาชิก 475 ราย เงินทุนหมุนเวียน 5 ล้านบาทเศษ
กองทุนปั๊มน้ำมันชุมชน เป็นอีกกองทุนที่ระดมเงินจากชาวบ้านในรูปแบบของการขายหุ้น หุ้นละ 10 บาท ได้เงินทุนทั้งหมดกว่า 8 แสนบาท เพื่อนำไปซื้อน้ำมันจากโรงงานโดยตรงมาจำหน่ายในหมู่บ้านในราคาถูก
กองทุนข้าวสาร ได้เงินสนับสนุนจากโครงการมิยาซาวา เพื่อนำไปซื้อข้าวสารมาจำหน่ายราคาถูกให้ชาวบ้าน กองทุนดอกหญ้า ระดมหุ้นจากชาวบ้านเช่นกัน ได้ 7 แสนบาท เพื่อซื้อดอกหญ้าจาก จ.เชียงใหม่ มาจำหน่ายราคาถูกแก่ชาวบ้านนำไปใช้ทำไม้กวาดดอกหญ้า กองทุนกระถาง ได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตัวเอง 3 แสนบาท นำมาใช้ซื้อกระถางโดยตรงจากโรงงาน มาจำหน่ายในราคาถูกแก่ชาวบ้าน เอากำไรแค่กระถางละ 10 สตางค์ หรือกองทุนไม้ดอกไม้ประดับ ที่ให้สมาชิกกู้เงินไปใช้ซื้อพันธุ์ไม้
ผู้ใหญ่บ้านบ้านยาง บอกว่า ทุกกองทุนจะมีการจ่ายเงินปันผลให้สมาชิกกองทุน และกันรายได้ส่วนหนึ่งไปสมทบกับกองทุนกลางของหมู่บ้าน เพื่อนำเงินไปใช้ในกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้าน เช่น กิจกรรมนำนักเรียนมาเข้าค่ายช่วงปิดเทอมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติด
การมีกองทุน ทำให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้นมาก ชาวบ้านลดรายจ่ายด้วย เพราะมีโอกาสได้ซื้อของใช้ประจำวัน เช่น ข้าวสาร น้ำมัน หรือวัตถุดิบในการประกอบอาชีพ เช่น กระถางต้นไม้ได้ราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป กองทุนยังทำให้ชาวบ้านมีโอกาสลืมตาอ้าปาก เพราะทุกกองทุนให้เครดิตผู้ที่ไม่มีเงินสามารถมารับกระถางต้นไม้ พันธุ์ไม้ หรือเติมน้ำมัน เพื่อนำสินค้าไปขายก่อนได้ เมื่อจำหน่ายสินค้าได้แล้ว ก็นำเงินมาใช้คืนกองทุน
“ตั้งแต่มีคุ้มปัญหายาเสพติดลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลภายในคุ้มของตัวเอง ขณะที่กองทุนทำให้คุณภาพชีวิตคนในหมู่บ้านดีขึ้น จะเห็นได้จากการส่งเงินออมของชาวบ้าน สมัยก่อนเคยส่งแบบขาดๆ หายๆ ปัจจุบันมีการส่งอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันไม่มีคนยากจนในชุมชนบ้านยาง ทุกคนมีอาชีพ ขณะที่มีคุ้มคอยดูแลระวังความปลอดภัย ปัญหาขโมยและโจร ที่เคยมีมากในอดีตก็หมดไป“ ผู้ใหญ่วิจิตรกล่าว
นอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมาย ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้แล้ว สิ่งสำคัญที่ชาวบ้านยางได้คือ ได้เรียนรู้เรื่องการพัฒนาชุมชนผ่านการลงมือปฏิบัติจริงด้วย ชาวบ้านแต่ละคนต้องเป็นสมาชิกคุ้ม ขณะที่ทุกคุ้มต้องทำแผนบริหารและพัฒนาคุ้ม ชาวบ้านทุกคนจึงมีโอกาสเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการ และเศรษฐศาสตร์ อีกทั้งได้ฝึกภาวะผู้นำด้วยเพราะหัวหน้าคุ้มซึ่งเลือกจากสมาชิกสามารถดำรงตำแหน่งวาระคราวละ 1 ปีเท่านั้น
การจัดตั้งกองทุนต่างๆ มาจากระดมความเห็นของชาวชุมชน เป็นการให้ชาวบ้านมีส่วนในการกำหนดอนาคตการพัฒนาชุมชนและลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง ชุมชนบ้านยางจึงเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้การพัฒนาชุมชน การพึ่งตัวเอง การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่แท้จริง สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ ผู้ใหญ่วิจิตร โทร.08-9078-8613



