
ดีเอ็นเอ
ความสำส่อนทางเพศ ทำให้ผู้ชายเรียกร้องให้ฝ่ายหญิงพิสูจน์ว่า ลูกในท้องนั้นเป็นลูกของฝ่ายชาย
ถ้าฝ่ายหญิงไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนอื่นเลย แต่ฝ่ายชายกลับเรียกร้องให้พิสูจน์ดีเอ็นเอของลูกที่เกิด เรียกว่า ฝ่ายชายกำลังกล่าวหาฝ่ายหญิงว่า สำส่อน เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เป็นความอยุติธรรม ต้องถือเป็นความขลาดของฝ่ายชาย และในท้ายที่สุด เป็นคนน่าสงสาร ที่สมควรจะได้รับความเมตตา
แสดงว่า ก่อนที่จะมีความสัมพันธ์ทางเพศกันนั้น ทั้งสองก็ยังไม่รู้จัก ไม่ได้ดูใจกัน พอที่จะรู้ว่า อีกฝ่ายหนึ่งเป็นอย่างไร กระนั้นหรือ
เรื่องนี้เป็นภาพสะท้อนว่า สังคมของเราเป็นสังคมที่บอบบางอย่างยิ่งในทางจริยธรรม จนกระทั่งเมื่อฝ่ายหญิงตั้งท้อง ซึ่งควรจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี ควรจะเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่าย ทั้งพ่อ ทั้งแม่ ตั้งตารอคอยด้วยกัน จนกว่าจะถึงวันที่ ชีวิตใหม่ ที่เป็นศูนย์รวมของทั้งสองคนอุบัติขึ้นมาลืมตาดูโลก
แต่กลายเป็นว่า แม้ในภาวะที่ฝ่ายหญิงตั้งท้อง ก็ต้องเผชิญกับสายตาของสังคมรอบข้างตามลำพัง แม้ในภาวะของการคลอดก็ต้องต่อสู้ตามลำพัง และเมื่อลูกเกิดก็ยังต้องมาเผชิญกับการเรียกร้องให้พิสูจน์ดีเอ็นเอ
ผู้หญิงเราควรจะได้บทเรียนราคาแพง จากเรื่องราวที่เราได้ยินได้ฟังในหน้าหนังสือพิมพ์
วัยรุ่นที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์กันส่วนหนึ่ง ทำตามแฟชั่น ทำตามเพื่อน หาได้เข้าใจผลลัพธ์ในชีวิตที่จะเป็นเงื่อนไขตามมาไม่
ฝ่ายหญิงกระโจนเข้าสู่การมีเพศสัมพันธ์ด้วยความเข้าใจที่ต่างจากฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงมักเข้าใจว่า เป็นการเสียสละที่ตนเองแสดงให้ฝ่ายชายรู้ว่าตนรัก แต่ฝ่ายชายกลับทำด้วยความคึกคะนอง รักเป็นยังไงยังไม่รู้จักเลย เช่นนี้ เราจึงต้องตามแก้ปัญหาวัยรุ่นกันอย่างหนักหน่วง
วันรุ่นบางคนตั้งท้องในขณะมั่วสุมเสพยากับเพื่อน เมื่อตั้งท้องขึ้นมา คราวนี้ ต้องตรวจดีเอ็นเอจริงๆ เพราะตัวเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่ถึงตรวจดีเอ็นเอรู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้อง ก็ป่วยการที่จะไปเรียกร้องให้รับผิดชอบ เพราะตัวเองก็ยังต้องขอเงินพ่อแม่ไปโรงเรียนอยู่เลย
ไม่รู้จะตรวจดีเอ็นเอไปทำไม
อย่าลืม เรามีนัดไปทอดกฐินสามัคคีที่วัตรทรงธรรมฯ วันที่ ๗ พฤศจิกายน นะคะ
" ธัมมนันทา"



