ไลฟ์สไตล์

ใช้เป็น ไม่ท้องแน่

ใช้เป็น ไม่ท้องแน่

05 ต.ค. 2553

โครงการเรียนรู้นอกตำรา “ถุงยางอนามัยดี มีคุณภาพ (สากล)” เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ เข้าชมห้องปฏิบัติการ และพิพิธภัณฑ์ถุงยางอนามัย ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

พร้อมเร่งปลูกฝังและเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อถุงยางอนามัย ให้ทุกกลุ่มบุคคลได้เรียนรู้นอกตำรา ให้มีความรู้ความเข้าใจและมีพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง
 ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยยังมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการใช้ถุงยางอนามัย หรือกังวลว่าไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ จึงเลือกใช้ยาคุมกำเนิด นอกจากนี้ยังมีวิธีการใช้ที่ไม่ถูกต้องเพราะความเข้าใจผิด เช่น กรณีที่มีข่าววัยรุ่นใช้เบบี้ออยล์ทาถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์ แสดงให้เห็นว่ายังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องวิธีการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง รวมทั้งไม่เข้าใจว่า ถุงยางอนามัยทุกรุ่นที่วางจำหน่าย และถุงยางอนามัยแจกฟรีของกระทรวงสาธารณสุข มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล
 ด้วยเหตุนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดโครงการเรียนรู้นอกตำรา “ถุงยางอนามัยดี มีคุณภาพ (สากล)” ขึ้น เพื่อให้ทุกกลุ่มบุคคลมีความรู้ ความเข้าใจถึงประโยชน์ วิธีการใช้ การเก็บรักษาถุงยางอนามัย ตลอดจนศึกษาดูงานห้องปฏิบัติการทดสอบคุณภาพถุงยางอนามัยตามมาตรฐานสากล และพิพิธภัณฑ์ถุงยางอนามัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างทัศนคติที่ดี และมีพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง
 ห้องปฏิบัติการทดสอบถุงยางอนามัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2529 หลังจากที่มีการระบาดของโรคเอดส์ในประเทศไทยประมาณปี 2527 และได้รับการรับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการจาก National Association of Testing Authorities (NATA) ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี 2538 และจากสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปี 2550 ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพถุงยางอนามัยก่อนจำหน่าย การผลิต และสุ่มตรวจถุงยางอนามัยที่วางจำหน่ายในท้องตลาดทุกรุ่น
 ถุงยางอนามัย เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดแรก ที่ประกาศเป็นเครื่องมือแพทย์ ตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2531 เป็นเครื่องมือแพทย์ชนิดเดียวที่นอกจากต้องมีใบอนุญาตการผลิต หรือนำเข้าแล้ว ยังต้องให้มีการตรวจคุณภาพทุกรุ่น ก่อนออกจำหน่ายในท้องตลาด โดยห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
 ถ้าพบว่าถุงยางอนามัยรุ่นใดไม่เข้ามาตรฐาน ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะไม่สามารถนำออกจำหน่ายได้ การรับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบถุงยางอนามัย จึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผลการทดสอบเป็นที่น่าเชื่อถือ
การเลือกใช้ถุงยางอนามัย
 -ควรเลือกใช้ถุงยางอนามัยใหม่ ไม่หมดอายุ มีความเหนียว ไม่เปื่อย
 -ใช้สารหล่อลื่นซิลิโคลนออยล์ หรือสารหล่อลื่นที่ละลายในน้ำ เช่น K-Y jelly กลีเซอรีน ฯลฯ
 -ไม่ควรใช้สารหล่อลื่นที่มีน้ำมันเป็นตัวทำละลาย เช่น เบบี้ออยล์ ปิโตรเลียม เจลลี่ น้ำมันพืช เพราะจะทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
 -ควรเก็บถุงยางอนามัยไว้ในที่แห้งและเย็น ห้ามถูกแสงแดดหรือความร้อน
 -อย่าเก็บถุงยางอนามัยไว้ในช่องเก็บของในรถยนต์ กระเป๋าสตางค์ หรือกระเป๋ากางเกงด้านหลัง หากมีการกดทับ จะทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาดได้ง่าย 
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์