
หักเงินนายจ้างแทน
พนักงานในสังกัดของผมถูกอายัดเงินเดือนจากกรมบังคับคดี เพราะเป็นหนี้แล้วหนี ผมต้องหักเงินเดือนลูกจ้างส่งเงินให้กรมบังคับคดีร้อยละ 30 ทุกเดือน
ผมรู้มาว่า กรมบังคับคดีสืบข้อมูลมาจากประกันสังคม ที่ผมส่งเงินสมทบในแต่ละเดือน
ผมขอถามว่า ผมจะช่วยเหลือพนักงานได้อย่างไร ที่จะไม่ให้พนักงานถูกหักเงินเดือน เช่น ต้นสังกัดไม่ต้องส่งเงินประกันสังคมให้พนักงาน โดยให้พนักงานไปส่งเอง ตามมาตรา 39 จะได้หรือไม่
ศิริพงษ์
ตอบ
เจ้าพนักงานบังคับคดีกองแพ่ง กรมบังคับคดี ชี้แจงว่า หากได้รับหมายจากกรมบังคับคดีแล้ว บริษัทหรือต้นสังกัด และตัวลูกจ้างหรือจำเลยที่ถูกหักเงินเดือน ต้องปฏิบัติตาม หากเงินเดือนที่ถูกหักไม่พอต่อการดำรงชีพ จำเลยสามารถขอลดเปอร์เซ็นต์การหักเงินเดือนได้ โดยไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานเจ้าของสำนวน โดยนำหลักฐาน ได้แก่ บัตรประกันสังคม บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือจดทะเบียนนายจ้าง สลิปเงินเดือน สมุดบัญชี และเอกสารค่าใช้จ่ายต่างๆ ต่อเดือนเท่าที่มี ไปประกอบคำร้องที่กรมบังคับคดี
ตามกฎหมาย ศาลจะสั่งให้อายัดเงินเดือนตามที่โจทก์มาแถลงต่อเจ้าพนักงานว่า จำเลยมีเงินเดือนเท่าไร โดยจะพิจารณาจากทุนทรัพย์ตามฟ้องมีปริมาณเท่าไร หักลดอายัดเงินเดือนแล้วจำเลยอยู่ได้หรือไม่ ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพในปัจจุบัน ถ้าเห็นสมควรก็จะสั่งอายัดเงินเดือน 30% จากเงินเดือนที่ได้รับสุทธิ รวมทั้งเงินประเภทอื่นด้วย เช่น เงินค่าตอบแทนจากการทำงานเป็นครั้งคราว โดยหักแยกจากเงินเดือนอีก 30% หากมีโบนัสก็จะหักเพิ่มอีก 10% ซึ่งจะพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป
ฉะนั้นนายจ้างจะต้องนำส่งเงินให้กรมบังคับคดีตามคำสั่งศาล หากนายจ้างไม่นำส่งหลังจากที่ได้รับหมายแจ้งแล้วถึง 3 ครั้ง นายจ้างจะมีความผิด เสมือนเป็นจำเลยเสียเอง เจ้าพนักงานจะรายงานศาล ขอบังคับคดีกับนายจ้าง หักเงินเดือนนายจ้างแทน
เจ้าพนักงานบังคับคดีกองแพ่งแนะนำให้ลูกจ้างไปทำเรื่องยื่นคำร้องขอลดเปอร์เซ็นต์การอายัดเงินแทนการแก้ไขด้วยวิธีที่นายจ้างถามมา เป็นการแก้ปัญหาที่ดีทางหนึ่ง จะไปติดต่อด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้ที่เข้าใจกฎหมายไปทำแทนก็ได้
หากนายจ้างช่วยเหลือลูกจ้างด้วยการปลดลูกจ้างออกจากระบบประกันสังคมของบริษัท และแนะนำให้ลูกจ้างไปส่งประกันสังคมด้วยตนเองตามมาตรา 39 เท่ากับว่าลูกจ้างรายนี้ "สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างทันที"
จะช่วย หรือจะไล่ออกทางอ้อม
ลุงแจ่ม



