
ต้องปล่อยให้ฟ้องขับไล่
ผมมีเรื่องร้อนใจเกี่ยวกับปัญหาที่ดินครับ เพราะผมได้อาศัยอยู่บนที่ดินของน้า ซึ่งเป็นน้องสาวของแม่แท้ๆ น้าเคยบอกว่า ถ้าผมทำประโยชน์อยู่บนที่ดินผืนนี้จะยกที่ดินให้ผม
เพราะน้าและครอบครัวไม่ได้อยู่ที่นี่ จึงปล่อยที่ดินไว้เฉยๆ ผมไม่ได้ทำงานในเมือง จึงได้เข้ามาใช้ประโยชน์บนที่ดินของน้า ที่ผ่านมาด้วยความที่เป็นน้าหลาน และเราก็สนิทกันมาก ดังนั้น จึงไม่มีการทำหนังสืออะไร น้าปล่อยให้ผมทำกินไปเรื่อยโดยไม่คิดค่าเช่าแต่อยากใด เพียงแต่เคยรับปากว่า จะยกให้เมื่อถึงเวลา แต่ก็ยังไม่ได้ยกให้โดยทำเอกสารต่างๆ เพียงแต่เป็นการพูดปากเปล่าเท่านั้น แล้วก็มีคนแถวนั้นได้ยินและรับรู้ว่า น่าจะยกให้ผม แต่ก็ยังไม่ทำหลักฐานเป็นทางการ
ผลทำกินบนที่ดินผืนนี้จนเวลาล่วงเลยผ่านไป 15 ปี จนมาถึงขณะนี้ น้าเสียชีวิตไป ซึ่งผมก็ยังทำประโยชน์บนที่ดินผืนนั้นเรื่อยมา
ปัญหาคือ ลูกชายของน้า ติดต่อมาว่า ต้องการจะขายที่ดินผืนนี้โดยให้เวลาผม 6 เดือน เพื่อให้ย้ายออก โดยบอกว่า ให้ผมรีบย้ายออกไป และถ้าไม่ย้ายก็จะฟ้องขับไล่ เพราะพี่เขาเป็นลูกคนเดียว จึงเป็นผู้รับมรดกของแม่
ผมก็ขอร้องว่า ผมไม่มีที่ไป ขออยู่ตรงนี้อีกสักระยะได้ไหม เพราะลงทุนกับไร่ไปเยอะ แล้วถ้าให้ไปตอนนี้ก็คงแย่ ถ้าพี่เขาไม่ยอมแล้วฟ้องขับไล่ ผมควรจะทำอย่างไรดีครับ
นิคม
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาเกษมบัณฑิต แนะนำว่า ในเรื่องนี้ตามกฎหมายแล้วถ้าไม่ย้ายออก ลูกชายของน้าก็มีสิทธิฟ้องขับไล่ เพราะ เป็นผู้รับมรดก หรือเจ้าของที่ดินผืนนั้นต่อจากแม่
ในทางที่ดีควรคุยกันเองก่อน ตกลงกับลูกชายของน้าว่า ขอเก็บผลผลิตก่อนได้ไหม ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็คงต้องปล่อยให้ฟ้องไป แล้วเมื่อถึงเวลานั้น ก็ต้องชี้แจงต่อศาลไปว่า เหตุที่อยู่บนที่ดินผืนนี้นั้น เป็นเพราะน้าให้อยู่และเป็นการให้อยู่อย่างสุจริตไม่ได้มีความมุ่งหมายที่จะโกงอะไร แล้วก็ต้องดูที่ผลผลิตที่ทำอยู่ด้วยว่า เป็นประเภทไหน ถ้าเป็นอย่างผลผลิตที่ใช้เวลาไม่นานที่จะเก็บเกี่ยวได้ในอีกไม่ช้า หรือต้องใช้เวลาอีกหลายปี เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต แล้วยังในส่วนของบ้าน หรือสิ่งปลูกสร้างในที่ดินผืนนั้นอีก
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ศาลจะใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาด้วย และคุณจะได้รับความเป็นธรรมในเรื่องนี้มากสุด
สรุปแล้ว ถ้าตกลงไม่ได้ก็คงต้องปล่อยให้ฟ้องขับไล่อย่างเดียว
ลุงแจ่ม



