
จม.ถึงผู้แทน ถึง สภาผู้แทนราษฎร
"ขอปฏิรูปด้วย" วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553 มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความรับผิดชอบสื่อมวลชน (คพส.) ที่มีนายมานิจ สุขสมจิตร ที่ปรึกษาสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เป็นประธาน
พร้อมด้วยกรรมการที่มาจากองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน นักวิชาการและตัวแทนภาคประชาสังคม เพื่อติดตามความคืบหน้าของคณะทำงานชุดต่างๆ
นายมานิจ กล่าวว่า การดำเนินงานของ คพส.มีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะงานด้านการพัฒนาบุคลากรในวิชาชีพ ซึ่งคณะทำงานได้เสนอให้มีหลักสูตรความพร้อมก่อนเข้าสู่วิชาชีพสำหรับนิสิตนักศึกษาทุกสาขาที่ต้องการเข้าสู่อาชีพนักข่าว เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพและมีความมุ่งมั่นเข้าสู่วิชาชีพมากขึ้น ส่วนงานด้านการพัฒนากลไกควบคุมกันเองในวิชาชีพ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาโครงสร้างการควบคุมกันเองของสื่อในประเทศประชาธิปไตยต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับประเทศไทย และงานด้านการปรับปรุงกฎหมายด้านสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนมีข้อเสนอให้จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการเพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐได้สะดวกยิ่งขึ้น
งานอีกด้านหนึ่งคือ การพัฒนากลไกการเฝ้าระวังการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งกำลังจะจัดการระดมความคิดเห็นในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ ส่วนการปรับปรุงกฎหมายด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์นั้น คพส.มีความห่วงใยต่อร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ พ.ร.บ.กสทช.ที่วุฒิสภาพิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีการแก้ไขในสาระสำคัญจากร่างของสภาผู้แทนราษฎร ขณะนี้สภาผู้แทนกำลังพิจารณาว่าจะเห็นชอบกับร่างที่วุฒิสภาแก้ไขมาหรือไม่
“คณะกรรมการ คพส.มีความเห็นตรงกันว่า สภาผู้แทนราษฎรต้องเร่งรัดการพิจารณาร่างกฎหมายนี้ ด้วยการไม่รับร่างที่วุฒิสภาแก้ไขและตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภาเพื่อดำเนินการพิจารณาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว พร้อมทั้งเสนอให้มีตัวแทนของสื่อมวลชนในคณะกรรมาธิการร่วมด้วย เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญต่อการปฏิรูปสื่อมวลชนในอนาคต” ประธาน คพส.กล่าว



