
วิกฤติเด็กไทยไอคิวลดลง
ผลการสำรวจไอคิวของเด็กไทย โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ปี 2552 จากกลุ่มตัวอย่าง 6,000 ราย ใน 21 จังหวัด พบว่าเด็กไทยไอคิวเฉลี่ยอยู่ที่ 91 จุด ในขณะที่ไอคิวเฉลี่ยสากลอยู่ที่ 90-110 จุด
กระทรวงสาธารณสุขจะบังคับใช้ทั้งกฎหมาย และรณรงค์ให้ประชาชนหันไปใช้เกลือเสริมไอโอดีนในการปรุงอาหารให้มากขึ้น โดยจะมีการประกาศเป็นกฎกระทรวง และจะลงนามในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพื่อบังคับใช้ให้ผู้ประกอบการเกลือเพื่อการบริโภคที่จำหน่ายในประเทศไทย ต้องเติมไอโอดีน 30-100 มิลลิกรัมต่อเกลือ 1 กิโลกรัม และจะให้ระยะเวลาสักช่วงหนึ่งในการเติมไอโอดีนลงไปในเกลือ
กระทรวงสาธารณสุข ประชุมร่วมกันระหว่างองค์การอนามัยโลก และยูนิเซฟ ได้ข้อสรุปว่า ปัญหาเกิดจากคนไทยขาดสารไอโอดีน ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับการสุ่มสำรวจระดับไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ในประเทศไทย ซึ่งมีปีละ 800,000 คน โดยพบว่ามีระดับไอโอดีนในปัสสาวะต่ำกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลิตร เฉลี่ยร้อยละ 59 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงเกินเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ต้องไม่เกินร้อยละ 50 กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ย้ำนโยบายแก้ไขปัญหาการขาดไอโอดีนใน 3 กลุ่มเป้าหมาย คือ 1.กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ โดยได้กำหนดเป็นนโยบายที่ชัดเจนว่าให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง ต้องมีการแจกยาเม็ดเสริมสารอาหารสำคัญที่มีส่วนประกอบของไอโอดีน โฟเลท และธาตุเหล็กฟรีแก่หญิงตั้งครรภ์ที่ไปฝากครรภ์ในโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งตามหลักที่ถูกต้องแล้วจะต้องให้ไอโอดีน 4-6 สัปดาห์ก่อนการตั้งครรภ์ แต่หากพบว่าท้องแล้วก็สามารถไปรับไอโอดีนได้จนกว่าจะคลอดโดยต้องกินทุกวัน วันละ 1 เม็ด โดยจะเริ่มแจกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป
2.กลุ่มเด็กทารก จำนวน 8 แสนรายต่อปี จะต้องเจาะส้นเท้าตรวจเลือดทุกคนเพื่อดูระดับไทรอยด์ฮอร์โมน เนื่องจากไทรอยด์ฮอร์โมนนี้ มีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์สมองใยสมองและเชาว์ปัญญาหากพบว่ามีไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำให้รีบรักษาทันที และกลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มประชาชนทั่วไป เนื่องจากไอโอดีนมีความจำเป็นสำหรับคนทุกเพศทุกวัย หากคนในวัยทำงานมีภาวะขาดสารไอโอดีนก็จะมีอาการไม่กระฉับกระเฉง เซื่องซึม เชื่องช้า ความฉลาดลดน้อยลง มีปัญหาด้านสุขภาพตามมา จึงต้องรณรงค์ให้ใช้เกลือเสริมไอโอดีน น้ำปลา ซีอิ๊ว และซอสปรุงรส เสริมไอโอดีนในการปรุงอาหาร
ทุกวันนี้เด็กไทยกินขนมกรุบกรอบกันมากถึงร้อยละ 97 และต่อไปผู้ประกอบการผลิตขนมกรุบกรอบ ยังสามารถขอตราสัญลักษณ์ “เพิ่มไอโอดีน เพิ่มไอคิว” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้สินค้าได้ด้วย แต่ต้องมีไอโอดีนในผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่เพียงพอตามที่กำหนด
ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า กรมอนามัยได้ทำตราสัญลักษณ์ “เพิ่มไอโอดีน เพิ่มไอคิว” เพื่อเป็นการรับรองว่าได้มีการเสริมไอโอดีนเข้าไปในผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นๆ ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์จากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คาดว่าในเร็วๆ นี้จะสามารถให้ผู้ประกอบการ ซอสปรุงรส ซีอิ๊ว น้ำปลา เกลือ นำสัญลักษณ์ดังกล่าวมาติดลงในฉลากของผลิตภัณฑ์ได้ ส่วนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงขนมกรุบกรอบ ที่เสริมไอโอดีน หากจะใช้ตราสัญลักษณ์ติดลงในซอง ก็สามารถขอใช้ได้แต่ต้องผ่านการตรวจสอบปริมาณไอโอดีนก่อนว่า อยู่ในปริมาณที่กรมอนามัยได้กำหนดไว้หรือไม่ ถ้ามีปริมาณเพียงพอก็สามารถนำตราสัญลักษณ์ “เพิ่มไอโอดีน เพิ่มไอคิว” ไปใช้ได้
ต่อไปหากจะเลือกซื้อเกลือ ซีอิ๊ว น้ำปลา ซอสปรุงรส ก็ให้สังเกตตราสัญลักษณ์ “เพิ่มไอโอดีน เพิ่มไอคิว” เพราะในอีกไม่นาน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำปลา ซอสปรุงรส ทุกยี่ห้อต้องใช้ตราสัญลักษณ์นี้ หากไม่มีแสดงว่า ผู้ประกอบการมิได้ปฏิบัติตามกฎของกระทรวง และจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย หรือบางคนที่ไม่ชอบใส่เครื่องปรุงรสในอาหารมากๆ แต่กลัวว่าจะได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอ สามารถบริโภคอาหารทะเล เช่น ปลาทู หอย ปู กุ้ง ก็เป็นการเพิ่มไอโอดีนด้วยเช่นกัน
การ “เพิ่มไอโอดีน เพิ่มไอคิว” จึงไม่ได้เพิ่มแค่ไอคิวเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยแก้ปัญหาเด็กไทยโตช้า ปัญญาทึบ อีกด้วย ต่อไปคงได้เห็นเด็กไทยฉลาดมีความคิดมากขึ้น ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป



