ไลฟ์สไตล์

รัฐชู"เบตง"ปลูกไม้ดอกเมืองหนาวสนองพระราชดำริ "อาชีพ"สร้างเงิน

รัฐชู"เบตง"ปลูกไม้ดอกเมืองหนาวสนองพระราชดำริ "อาชีพ"สร้างเงิน

04 ต.ค. 2553

เมืองกลางขุนเขาดินแดนใต้สุดของสยามอย่าง "เบตง" บรรยากาศและความสวยงามไม่แพ้แม่ฮ่องสอน มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวและส่งออกยางพารา แต่หลังจากภาครัฐมีการส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกไม้ดอกเมืองหนาวตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเห

เพราะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 800 เมตร มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ตลอดจนมีระบบน้ำอย่างเพียงพอ ทำให้เบตงวันนี้กลายเป็นแหล่งปลูกไม้ดอกเมืองหนาวที่สำคัญ ส่งจำหน่ายทั่วภาคใต้ โดยมีตลาดหลักอยู่ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา

 "ครั้งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตรแก่นักศึกษา ม.สงขลานครินทร์ และทรงทอดพระเนตรดอกไม้ที่นำมาแสดงความยินดีแก่ผู้ที่สำเร็จการศึกษาและพระดำรัสถามว่าซื้อมาจากไหน ราคาเท่าไหร่ เมื่อทรงทราบว่าเป็นดอกไม้ที่ปลูกทางภาคเหนือและซื้อมาราคาค่อนข้างแพง จึงถามเจ้าหน้าที่ผู้ติดตามว่าทำไมไม่นำมาไม้ดอกเหล่านี้มาปลูกที่เบตง เพราะสภาพพื้นที่และอากาศก็ไม่ต่างกัน ชาวบ้านก็จะได้มีอาชีพมีรายได้ด้วย"

 กฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ย้อนอดีตโครงการสวนไม้ดอกเมืองหนาวตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ผู้บริหารสำนักงาน กปร.และคณะสื่อมวลชนระหว่างเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ กลางหุบเขาในหมู่บ้านปิยะมิตร 2 หมู่ 2 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา

  ปัจจุบันแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของงานวิจัยไม้ดอกเมืองหนาวอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลาและส่วนของชาวบ้านที่ปลูกเพื่อการจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันเต็มไปด้วยไม้ดอกเมืองหนาวนานาชนิด เช่น คาร์เนชั่น ลิลลี่ เบญจมาศ กุหลาบ แอสเตอร์ พีค็อก เยอร์บีร่ายุโรป และ แกลดิโอลัส

 ผู้ว่าฯ ยะลา ระบุอีกว่า ปัจจุบันโครงการสวนไม้ดอกเมืองหนาวอยู่ในความรับผิดชอบของจังหวัด โดยร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการทดลองปลูกไม้ดอกเมืองหนาวที่หมู่บ้านปิยะมิตร 2 โดยมีการศึกษาทดลองปลูกพันธุ์ไม้ดอกชนิดต่างๆ ทั้งในลักษณะโรงเรือนและแปลงปลูกในพื้นที่โล่ง ซึ่งที่ผ่านมาใช้งบพัฒนายุทธศาสตร์จังหวัดหรืองบซีอีโอผู้ว่าฯ จำนวน 5 ล้านบาท ในการดำเนินงานพัฒนา และในอนาคตสำนักงาน กปร.เข้ามาดูแลทั้งในเรื่องงบประมาณและแนวทางการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นตามแนวพระราชดำริที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น

 "ในเดือนตุลาคมนี้ จังหวัดก็จะพาชาวบ้านในโครงการไปฝึกอบรมการปลูกไม้ดอกเมืองหนาวที่ดอยตุง เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อจะนำความรู้มาพัฒนาพื้นที่ในโครงการต่อไป ที่ผ่านมาก็พาไปหลายครั้ง แต่เป็นการไปลักษณะดูงานมากกว่า" กฤษฎาให้รายละเอียด

 สุวัฒน์ เทพอารักษ์ รองเลขาธิการสำนักงานพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กล่าวเสริมว่า สืบเนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการทดลองการปลูกไม้ดอกไม้ประดับในบริเวณศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2537 และมีพระราชดำริเพิ่มเติมให้ดำเนินการทดลองปลูกไม้ดอกไม้ประดับในบริเวณพื้นที่สูงในภาคใต้ด้วย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีอากาศเย็นและเหมาะสมแก่การปลูกไม้ดอก ผลผลิตน่าจะมีคุณภาพดีและสามารถแข่งกับไม้ดอกเมืองหนาวจากต่างประเทศได้

 "พูดถึงไม้ดอกเมืองหนาว ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่ามีเฉพาะในเขตภาคเหนือเท่านั้น แต่สำหรับ อ.เบตง จ.ยะลา พื้นที่ใต้สุดของประเทศ มีภูเขาล้อมรอบ อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เหมาะแก่การปลูกพืชเมืองหนาวเช่นกัน โดยเฉพาะไม้ดอกไม้ประดับ ที่สำคัญเป็นการสร้างโอกาสให้ราษฎรหมู่บ้านปิยะมิตรได้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพและมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลถึงความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืนอีกด้วย" รองเลขาธิการสำนักงาน กปร.

 ไพศอล หะยีสาและ นักวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา ซึ่งรับผิดชอบดูแลในส่วนของงานวิจัยไม้ดอกเมืองหนาวว่า ขณะนี้มีการทดลองวิจัยไม้ดอกเมืองหนาวกว่า 24 สายพันธุ์ แต่ที่ประสบความสำเร็จและสามารถนำไปขยายผลสู่เกษตรกรแล้วมากกว่า 10 สายพันธุ์ โดยเฉพาะเบญจมาศ ซึ่งทำรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ และขณะนี้มีการทดลองวิจัยดอกหน้าวัวจำนวน 6 สายพันธุ์ คาดว่าจะสามารถขยายไปสู่เกษตรกรในพื้นที่ได้ประมาณต้นปีหน้า

 "เฉพาะพื้นที่ของโครงการวิจัยมีประมาณ 23 ไร่ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2538 มีทั้งงานวิจัยในโรงเรือนและนอกโรงเรือน ตอนนี้กำลังทดลองวิจัยดอกหน้าวัว มีทั้งพันธุ์ตัดดอกและปลูกในกระถาง ผลจากการวิจัยมา 2 ปีกว่า พบว่าอัตราการให้ดอกและสีจะแตกต่างจากที่ลำปางมาก คือที่นี่หน้าวัวแต่ละต้นจะให้ดอกเยอะกว่าและสีสันจะสดกว่า ส่วนปีหน้าจะเริ่มทดลองผลิตไม้กระถางและพืชหัว" ไพศอล เผยข้อมูล

 โครงการไม้ดอกเมืองหนาวตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่ชาวเบตงได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมายลความงามดินแดนใต้สุดสยามอีกด้วย

ไม้ดอกทำเงินชาวบ้านปิยะมิตร 2

  ปัจจุบันสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นลูกหลานและครอบครัวของอดีต "โจรจีนคอมมิวนิสต์" หรือ จคม. ในอดีตที่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ หลังยุติการต่อสู้ภายใต้นโยบาย 66/23

 เทียนฮก แซ่หวัง ผู้จัดการไม้ดอกเมืองหนาว หนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภายใต้นโยบาย 66/23 อาศัยอยู่ในหมู่บ้านปิยะมิตร 2 กล่าวว่า หลังมีโครงการสวนไม้ดอกเมืองหนาว ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกไม้ดอกขาย ปัจจุบันมีรายได้จากการจำหน่ายเดือนละประมาณ 3-4 แสนบาท โดยมีตลาดหลักอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

 "หมู่บ้านปิยะมิตร 2 มีอยู่ 20 กว่าครอบครัว ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนยางพารา พอมีโครงการปลูกไม้ดอกเมืองหนาว ชาวบ้านก็รวมกลุ่มกันปลูกในพื้นที่ที่ทางการได้กำหนดไว้ ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีรายได้จากการปลูกไม้ดอกขายเฉลี่ย 3-4 พันบาทต่อเดือน โดยรายได้จะแบ่งให้สมาชิก 50% ส่วนที่เหลือนำเข้ากลุ่ม ตอนนี้ดอกไม้ที่ทำรายได้หลักคือ เบญจมาศ ส่งตลาดหาดใหญ่เป็นหลัก นอกจากนี้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีนักท่องเที่ยวมาเลย์มาเที่ยวในรูปของกรุ๊ปทัวร์เข้ามาท่องเที่ยวและซื้อติดไม้ติดมือกลับไป" ผู้จัดการคนเดิม กล่าว
       
สุรัตน์ อัตตะ