
เรื่องเด็ก-ไม่ใช่เรื่องเล็ก
การมุ่งมองความรุนแรงกรณีนักเรียน นักเลง ยกพวกตีกัน จนถึงขั้นทำร้ายชีวิตของกันและกันรวมทั้งคนอื่นที่ไม่เกี่ยว ข้องด้วยนั้น เป็นการมองปัญหาสังคมแบบแยกส่วน มิใช้มองแบบบูรณาการ เราจึงไม่อาจแก้ปัญหาความรุนแรงได้เลย
การแก้ปัญหาเด็กมิใช่การแก้ปัญหาที่ตัวของเด็กโดยตรงเพราะเด็กไม่ใช่สาเหตุของปัญหา แต่เด็กของเราทุกวันนี้เป็นผลพวงมาจากความรุนแรงที่แฝงฝังมาแต่เกิด เป็นความรุนแรงที่แสดงออกมาในลักษณะ ยกพวกตีกันจนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนไม่น้อยเลยดังที่เห็นกันอยู่ การมองคนอื่นเป็นคนอื่นนั่นแหละเป็นต้นเหตุของปัญหาความรุนแรง การใช้ชีวิตแบบแยกส่วนตนเองออกจากคนอื่นนั่นแหละคือความเห็นแก่ตัว ที่นำไปสู่การขาดความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ดังที่เคยมีสงครามล้างเผ่าพันธุ์ในหลายที่หลายแห่งมาแล้วทั่วโลก แม้กระทั่งในประเทศเพื่อนบ้านของไทยในกรณี "ทุ่งสังหาร"
ทุกคนต้องมีส่วนลดความรุนแรงด้วยการไม่ให้ความใส่ใจไม่เพ่งความสนใจ ไม่ให้ราคาคนที่ใช้ความรุนแรง ทุกคนต้องช่วยกัน "บอยคอตทางสังคม" ในทางธรรมเรียกว่า "วางพรหมทัณฑ์" นั่นแหละ แก่ใครก็ตามที่แสดงออกด้วยความรุนแรงในทุกกรณี
ความรุนแรงแบบแผลงๆบ้าๆถ่อยๆเถื่อนๆมีให้เห็นโดยทั่วไปมิใช่แต่ในเด็กนักเรียนช่างกลดูได้ในรัฐสภามักมีการยกพวกตีกันและกันด้วยวาจา รุนแรงจนกลายเป็น "วาทกรรธรรมดา" ไปเสียแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีกรณีการใช้ความรุนแรงทางกายแก่กันและกันอยู่ด้วย โดยที่ประชาชนก็ยังเลือกนักการเมืองที่ใช้ความรุนแรงและพวกพ้องเข้ามาสู่การเมืองเป็นข้อบ่งชี้ว่าสังคมยังไม่สู้จะรู้สึกรู้สาว่าการใช้ความรุนแรงนั้นเลวร้าย
สังคมต้องมีความเข้มงวดตรวจตราสื่อสารมวลชนกับการเสนอความรุนแรงให้จริงจังมากกว่านี้เห็นได้จากละครหลังข่าว ยังมีบทบาท ทั้งทางกายและทางวาจาส่อความรุนแรงอย่างแจ้งชัดจนเกินไปกว่า "ความสมจริงสมจัง" เป็นการชี้นำความรุนแรงในสังคมไทยแท้เทียว
ลงความว่าการแก้ปัญหาความรุนแรงในเด็กและวัยรุ่นนั้นต้องแก้ที่สังคมโดยเฉพาะผู้ใหญ่อย่างเราๆท่านๆนี่แหละเป็นกลุ่มคนที่ต้องใส่ใจมากที่สุดในการลด ละ เลิก ความรุนแรงทั้งทางกาย ทางวาจา แม้ทางใจ ต้องหมั่นแผ่เมตตาจิตให้ชีวิตเป็นสุขแท้จริง โดยเลิกการแสวงหาความสุขใจแบบสะใจกันได้แล้ว เพราะความสะใจเป็นนิสัยนิยมความรุนแรง
การพาเด็กไปนั่งวิปัสนากรรมฐานนั้นไม่เป็นธรรมชาติของเด็กควรเป็นกิจกรรมประกอบเท่านั้นก็พอ น่าจะนำพาเด็กไปสู่การบำเพ็ญประโยชน์ โดยแปรเรี่ยวแรงไปใช้ในทางบวกมากกว่าในทางบ้า
ท่านจันทร์



