ไลฟ์สไตล์

ท็อปเท็นในอาเซียนคำมั่น!คณบดีใหม่"วิศวะลาดกระบัง"

ท็อปเท็นในอาเซียนคำมั่น!คณบดีใหม่"วิศวะลาดกระบัง"

04 ต.ค. 2553

เทคโนโลยีและนวัตกรรม กลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของคนเรามากขึ้น อีกทั้งยังเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างความเจริญ การแข่งขันในระดับโลก คณะวิศวกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) นับเป็นคณะที่เก่าแก่อายุ50 ปี เริ่มจาก

 "ศูนย์ฝึกโทรคมนาคม" ผลิตบัณฑิตได้รับความนิยมจากทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันมีนักศึกษา 8,000 คนมีอาจารย์ 300 กว่าคนตั้งอยู่บนพื้นที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ไม่ต่ำกว่า 150 ไร่ซึ่งสิ่งที่คณะวิศวะ ลาดกระบัง มี "รศ.ดร.สุชัชวีร์สุวรรณสวัสดิ์" คณบดีคณะวิศวะ ลาดกระบัง คนที่ 8 ตั้งเป้าพัฒนาจุดเด่นเพื่อก้าวสู่ระดับท็อปเท็นของอาเซียนโดยเน้นพัฒนาคุณภาพบัณฑิตเก่ง เป็นที่พึ่งสังคม

ภารกิจหลักของรศ.ดร.สุชัชวีร์สุวรรณสวัสดิ์ คือทำอย่างไรให้นักศึกษาวิศวะทั้ง 8,000 คนจบออกไปรับใช้สังคมได้ ตามวิสัยทัศน์ในการบริหารงาน และอัตลักษณ์บัณฑิตวิศวะ สจล. ต้องเก่งทั้งด้านทฤษฎี ปฏิบัติ และเป็นที่พึ่งของสังคม ช่วยเหลือสังคม ชุมชน ทั้งภาคอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มความเข้มแข็งของชุมชน ผ่านกิจกรรมต่างๆ เน้นเจริญรอยตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสริมสร้างสังคมและชุมชนให้เข้มแข็ง

อนาคตคณะวิศวะฯจะเซ็นเอ็มโอยูกับ จ.สุพรรณบุรีในการพัฒนาจังหวัด สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล "1ม.1จ." ซึ่งปลายปี2553 นี้คาดว่าจะเปิดสายด่วน ประสบปัญหาคิดไม่ออก โทรหาวิศวะ ลาดกระบัง ผ่านหมายเลข 4 หลักเพื่อให้มีการสื่อสารช่วยเหลือสังคม อุตสาหกรรม และประชาชน

4 ปีหลังจากนี้คณะวิศวะจะไม่เพิ่มจำนวนนักศึกษา แต่เพิ่มหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการประเทศ เช่น สาขาวิศวกรรมการเงิน พร้อมเน้นกิจกรรมที่ทำให้คนเป็นคนโดยสมบูรณ์ เพราะเราไม่ได้สร้างวิศวกร แต่สร้างผู้นำ สร้างคนที่รู้จักเสียสละเพื่อสังคม อุทิศส่วนตัวเพื่อสังคม ปัจจุบันเรียนวิศวกรที่ไหนก็ได้ แต่เรียนวิศวกรผู้นำต้องมาเรียนที่ลาดกระบัง และผมสร้าง shaping school หรือโรงเรียนสร้างเสน่ห์เด็กวิศวะที่นี่ทำงานที่ไหนมีแต่คนรัก คนเมตตา เพราะใช้กิจกรรมทำให้เด็กวิศวะมีความเข้มแข็ง และอ่อนโยน

กีฬา ทำให้นักศึกษารู้จักแพ้ชนะ อภัย และเป็นสุภาพบุรุษ เพราะคนเล่นกีฬาไม่มีใครชนะไปตลอด แต่คนเรียนเก่งชนะทุกวัน ส่วนดนตรีขัดเกลาจิตใจ ศาสนาสร้างจริยธรรมที่ดี เพื่อให้เป็นคนที่สมบูรณ์ พยายามให้เป็นหนึ่งหน่วยกิต และจัดตั้งกลุ่มยุววิศวกร ใครอยากทำกิจกรรมอะไรก็ได้ทำ

รศ.ดร.สุชัชวีร์แนะนำว่า ครูผู้สอนต้องมีความทันสมัยกว่าเด็กให้ได้ ต้องสื่อเข้าถึงเด็ก วิศวะลาดกระบังได้รับอาจารย์ใหม่ สนับสนุนงานวิจัยบูรณาการ เช่น อาจารย์สายโยธาทำงานร่วมกับอาจารย์สายโทรคมนาคม เพื่อให้รู้นอกเหนือจากสิ่งที่ตัวเองถนัด และส่งเสริมให้อาจารย์ทำงานร่วมกับชุมชน โดยเอื้อให้อาจารย์ได้นำงานวิจัยเป็นภาระการสอน

วิศวะยังได้รับความนิยมจากเด็กไทยแม้ไม่ตูมตามเหมือนอดีต คณบดีคณะวิศวะสจล. ยอมรับว่ากระแสทางด้านบริหารธุรกิจ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์กำลังมาแรง แต่ประเทศไทยยังมีความจำเป็นด้านวิศวกรรมมากที่สุด เพราะยังเป็นประเทศที่ต้องการถนน รถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟสองราง ระบบ 3จี ระบบพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนเช่น ระบบน้ำ การควบคุมมลพิษ เรามีปัญหาด้านพื้นฐานมากที่สุด แล้วใครจะเป็นผู้แก้ถ้าไม่ใช่นักวิศวะ เพราะงั้นต้องทำให้นักศึกษาเข้าใจให้ได้ว่าพวกเขาคือผู้ที่สร้างประเทศ สร้างโลก และหากได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จะนำเสนอในที่ประชุมให้สร้างจุดแตกต่างของนักวิศวะ โดยใครมีจุดเด่น เข้มแข็งด้านไหน ก็ส่งเสริมพัฒนาด้านนั้น อย่าสร้างเหมือนกันหมดเพราะไม่มีอะไรดีขึ้น

ผมว่าคนที่เรียนวิศวะส่วนใหญ่ชอบและรักจะเรียน จะเรียนเก่งหรืออ่อนในวิชาพื้นฐานฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ก็เรียนวิศวะได้ ถ้ามีความตั้งใจ ต้องเปิดโอกาสให้ ดังนั้น เมื่อเด็กสอบเข้าได้ หน้าที่ของคณะ ต้องปรับพื้นฐานให้เด็กมีความเข้มแข็ง ถ้าไม่ผ่านปีหนึ่ง เด็กจะรู้ตัวเองว่าไม่เหมาะและจะออกไปเอง ส่วนคุณภาพ ดีไม่ดี ให้อุตสาหกรรม ตลาดเป็นผู้ตัดสิน หากไม่มีใครใช้บัณฑิตจากมหาวิทยาลัย สุดท้ายคณะวิศวะในมหาวิทยาลัยนั้นๆ ก็ต้องปิดตัวลง อย่าไปตัดสินว่าคณะวิศวะที่เปิดใหม่ ไม่ได้คุณภาพ ต้องควบคุม ทั้งที่ยังไม่ได้เห็นผลงานบัณฑิตที่จบออกไป"

หากรัฐต้องการส่งเสริมผลิตวิศวกรคุณภาพมากขึ้น ต้องเริ่มส่งเสริมการศึกษาให้เข้มแข็ง มีส่วนร่วมการทำโครงการต่างๆ ของประเทศ อย่างเมกะโปรเจกท์ เงินกว่าแสนล้าน แบ่งมา 1% ให้อาจารย์มหาวิทยาลัยทำงานวิจัยและอย่าโทษแต่มหาวิทยาลัย เพราะเด็กกว่าจะมาถึงมหาวิทยาลัยผ่านมาจนอายุ 18 ปีแล้วหากมาเรียน 4 ปีให้เป็นเทวดาคงไม่ได้ อีกทั้งผู้ปกครองเสียค่าเล่าเรียนเท่านี้ ให้เป็นเลิศทันทีคงไม่ได้

"อยากได้ลูกมีเงินเดือนแพงๆ เป็นหมื่นเป็นแสน จะไม่จ่ายเลยหรือไง เอกชนอยากได้เด็กเก่ง ลงทุนต่อมหาวิทยาลัยหรือไม่ จะมาช้อนเอาเด็กเก่งอย่างเดียวไม่ได้ ดังนั้น อยากได้เด็กเก่ง เอกชนต้องลงมาช่วยสร้าง รัฐบาลต้องช่วยค่าเล่าเรียน ให้เงินเดือนอาจารย์สูงๆ ถ้า 3 นี้ไม่ช่วยกัน ก็พัฒนาคุณภาพบัณฑิตไม่สำเร็จ"

เด็กรุ่นใหม่ชอบความท้าทายหากมาเรียนวิศวะ แล้วพวกเขาได้เรียนรู้ และได้มาลองสร้างในสิ่งที่คนอื่นไม่ได้สร้าง มันเป็นอะไรที่ดึงดูดให้เด็กมาเรียน แต่ปัจจุบันบทบาทของมหาวิทยาลัยต่อสังคมมีน้อยมาก เพราะถูกจำกัดในหลายๆ เรื่อง ขณะเดียวกันการสร้างวิศวกรนั้น ยังเป็นวิศวกรประกอบ ที่เรียนรู้การประกอบทุกอย่าง แต่ยังขาดแคลนวิศวกรคุณภาพที่เก่งรอบด้าน ทั้งปฏิบัติ ทฤษฎี และภาษาต่างประเทศ สนใจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับคณะวิศวะ ลาดกระบัง โทร.0-2329-8321 หรือwww.kmitl.ac.th/engineer/home.html


0 ชุลีพร  อร่ามเนตร 0 รายงาน