
เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์-ดีเอ็นเอไขปริศนาทางพันธุกรรม
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากระแสข่าวที่มาแรงที่สุดคงไม่พ้นกรณี แอนนี่-ฟิล์มและการตรวจ ดีเอ็นเอ(DNA) เอ๋...แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าพี่ฮัมมิ่งเบิร์ด จะนำข่าวมาเล่าให้ฟังนะคะเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของคนสองคน เราคนนอกทำได้เพียงให้กำลังใจแก่คนทั้งคู่ค่ะ แต่ที่พี่ค้า
ความจริงคนเรารู้จักดีเอ็นเอมาเกือบ140 ปีมาแล้ว โดยนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ค้นพบคือ "ฟรีดริช มีเชอร์" แต่ไม่ทราบว่ามีโครงสร้างอย่างไรจนกระทั่งเมื่อ 50 ปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์สองท่าน ได้แก่ เจมส์ ดี.วัตสัน และฟรานซิส คริก ประกาศการค้นพบโครงสร้างดีเอ็นเอว่าเป็นสายคู่ที่บิดพับเป็นเกลียวคล้ายบันไดเวียนแบบที่เรียกว่า ดับเบิลเฮลิกซ์ (double helix) ในวารสารวิทยาศาสตร์ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียง ส่วนในประเทศไทย มีนิยายวิทยาศาสตร์ ชื่อดีเอ็นเอ เขียนโดย วีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์
ดีเอ็นเอมีรูปร่างเป็นเกลียวคู่คล้ายบันไดเวียน เป็นการเรียงตัวของนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) โมเลกุลที่ประกอบด้วยน้ำตาล, ฟอสเฟต (ซึ่งประกอบด้วยฟอสฟอรัสและออกซิเจน) และเบส หรือด่าง นิวคลีโอไทด์มีอยู่สี่ชนิด ได้แก่ อะดีนีน(adenine, A), ไทมีน (thymine, T), ไซไทซีน (cytosine, C) และกัวนีน (guanine, G) นิวคลีโอไทด์ถูกเชื่อมด้วยเบส โดยที่ A จะเชื่อมกับ T และ C จะเชื่อมกับ G เท่านั้น (ในกรณีของดีเอ็นเอ) และข้อมูลทางพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ เกิดขึ้นจากการเรียงลำดับของเบสในดีเอ็นเอ นั่นเอง
ดีเอ็นเอเป็นชื่อย่อสารพันธุกรรมมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่ากรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิกที่พบในใจกลางของเซลล์ทุกชนิดในสิ่งมีชีวิต ได้แก่ คน สัตว์ พืช ฯลฯ และดีเอ็นเอบรรจุข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นๆ ไว้ มีลักษณะที่ผสมผสานมาจากสิ่งมีชีวิตรุ่นก่อน นั่นคือ พ่อแม่ สามารถถ่ายทอดพันธุกรรมไปอีกรุ่นหนึ่ง หรือลูกหลานได้ โดยการตรวจดีเอ็นเอ สามารถตรวจได้จากเซลล์เยื่อบุช่องปาก ตรวจเลือด และจะตรวจเมื่ออายุเท่าใดก็ได้ ผลการตรวจจะเหมือนกันไม่ขึ้นกับอายุ
ปัจจุบันการตรวจดีเอ็นเอได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อลูกในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น หรือต้องการหลักฐานทางพันธุกรรมเข้ามาพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เพราะดีเอ็นเอ จะเป็นสารพันธุกรรมที่ครึ่งหนึ่งลูกจะได้มาจากพ่อ และอีกครึ่งหนึ่งจะได้มาจากแม่
มาตรฐานสากลในการตรวจดีเอ็นเอควรดำเนินการตรวจอย่างน้อย 10 ตำแหน่งขึ้นไป อเมริกาได้กำหนดให้ตรวจอย่างน้อย 13 ตำแหน่ง และกำลังจะขยับไปเป็น16 ตำแหน่ง สำหรับประเทศไทยหน่วยงานที่รับผิดชอบบางหน่วยงานตรวจเพียง 1 ตำแหน่ง แต่บางหน่วยงานใช้ 6 ตำแหน่ง (ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28, www.vchakarn.com และ www.panyathai.or.th) แล้วพบกันสัปดาห์หน้าค่ะ



