ไลฟ์สไตล์

แลช้างชมน้ำเหนืออ่างฯยางชุมท่องสวนป่าธรรมชาติที่"กุยบุรี"

แลช้างชมน้ำเหนืออ่างฯยางชุมท่องสวนป่าธรรมชาติที่"กุยบุรี"

03 ต.ค. 2553

อ่างเก็บน้ำยางชุม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่เพียงเป็นแหล่งน้ำดิบหล่อเลี้ยงธุรกิจบริการเมือง "หัวหิน" แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทยที่ทำรายได้เข้าประเทศนับแสนล้านบาทต่อปีเท่านั้น แต่ยังให้บริการน้ำเพื่อประโยชน์ด้านภาคการเกษตรครอ

 "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ตามนายกสมาคมความมั่นคงปลอดภัยแห่งประเทศไทย "ขจัดภัย บุรุษพัฒน์" และคณะผู้บริหารสภาความมั่นคงแห่งชาติเยี่ยมชมการดำเนินงานของอ่างเก็บน้ำยางชุมฯ ตามโครงการพระเมตตาของในหลวงเพื่อปวงชนชาวไทยในพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรีระหว่างวันที่ 22-23 กันยายนที่ผ่านมา

 "การนำคณะสื่อมวลชนมาเยี่ยมชมโครงการพระราชดำริที่จ.ประจวบฯ และเพชรบุรีในครั้งนี้ก็เพื่อจะได้มาดูได้มาเห็นกับตาว่าโครงการพระราชดำริต่างๆ ที่พระองค์พระราชทานไว้นั้น มีประโยชน์ต่อราษฎรในพื้นที่อย่างไร โครงการพระราชดำริโครงการแรกก็เริ่มขึ้นที่นี่ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรครั้งสุดท้าย ก่อนเข้าโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอาการพระประชวรก็เกิดขึ้นที่จ.ประจวบฯ" นายกสมาคมความมั่นคงฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในครั้งนี้

 จากทางหลวงหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม ก่อนถึงอ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3217 อีกประมาณ 18 กิโลเมตรก็ถึงชุมชนบ้านยางชุมถัดไปคืออ่างเก็บน้ำยางชุม ที่พระองค์มีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งในพื้นจ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเดิมเป็นเขื่อนสูง 23 เมตร ความจุของน้ำ 32 ลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์ 15,300 ไร่ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2516 แล้วเสร็จในปี 2523 มีเป้าหมายเพื่อมุ่งช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ด้านความมั่นคง เนื่องจากในอดีตพื้นที่บ้านยางชุมและผืนป่ากุยบุรีเหนืออ่างเก็บน้ำยางชุมฯ นั้น เป็นพื้นที่สีแดงมาก่อน

 สำเริง แสงภู่วงศ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ บอกว่า หลังมีอ่างเก็บน้ำยางชุมฯ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่มีเพิ่มขึ้น โดยเห็นได้จากสับปะรดจากที่เคยให้ผลผลิต 3 ตันต่อไร่ ปัจจุบันเพิ่มเป็น 10-13 ตันต่อไร่ อีกทั้งยังสามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่ต้องไปทำงานรับจ้างนอกพื้นที่ในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้อ่างดังกล่าวยังช่วยป้องกันการเกิดอุทกภัยในพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์และเมืองหัวหินได้อีกด้วย

 "ปีนี้แล้งมาก ที่อื่นฝนตกน้ำท่วมแต่ประจวบตั้งแต่ปราณบุรีลงไป ฝนไม่ตกเลย น้ำประปาในตัวเมืองประจวบปีนี้มีปัญหามาก ต้องดูดน้ำจากคลองบึงมาแทน เพราะน้ำที่อ่างฯ ยางชุมมีไม่พอ ต้องปล่อยให้ภาคเกษตรใต้เขื่อนก่อน บางช่วงเกษตรกรในพื้นที่ก็ต้องหยุดใช้ชั่วคราวเพื่อปล่อยให้ทำน้ำประปาใช้ในเมือง ถ้าเป็นแบบนี้ทุกปีคงมีปัญหาแน่" ผอ.โครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ เผยถึงผลกระทบจากภัยแล้งในปีนี้

 อ่างยางชุมฯ ไม่เพียงแก้ปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์แต่ยังช่วยสร้างความชุ่มชื่นให้พื้นที่ป่าเหนือเขื่อน ส่งผลให้มีสัตว์ป่าหายากหลายชนิดกลับมามีให้เห็นในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระทิง วัวแดง เสือและนกเฮือก ซึ่งจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าสมบูรณ์เท่านั้น

 ในขณะที่ สายเมือง วิรยศิริ ที่ปรึกษาสมาคม หนึ่งในคณะที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ ระบุว่า ผืนป่ากุยบุรีครอบคลุมพื้นที่กว่า 232,143 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี แต่เดิมนั้นเป็นป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ มีสัตว์ป่าหายากมากมาย โดยเฉพาะช้างป่ามีกว่า 200 ตัว แต่หลังจากได้มีการบุกรุกป่าอย่างต่อเนื่องเพื่อปลูกสับปะรด อ้อย ต้นสนและพืชอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ทำให้โขลงช้างลงมาบุกรุกกิชพืชไร่ของราษฎรที่อาศัยทำกินบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำอยู่เป็นประจำ จนกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างคนกับช้าง

 จะเห็นว่าในปี 2540 มีช้างป่า 2 ตัวตายลง เพราะกินสารพิษจากไร่สับปะรดและช้างป่าอีก 1 ตัวถูกยิงตาย เนื่องจากเข้ามากินสับปะรดที่ราษฎรปลูกไว้ จากกรณีดังกล่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริกับแม่ทัพภาคที่ 1 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2541 ให้ดำเนินการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรีและทรงมีพระราชดำริอีกหลายครั้งถึงแนวทางดำเนินงาน

  ไม่ว่าจะเป็นพระราชดำริให้สร้างฝายต้นน้ำลำธาร หรือ Check Dam เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนป่าและแหล่งน้ำของช้างและสัตว์ป่า ตลอดจนปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ปลูกสับปะรดและพืชอาหารช้างในป่าลึก ด้วยการโปรยหว่านทางอากาศหรือให้ทหารลาดตระเวนนำพันธุ์พืชติดไปด้วยเพื่อไปปลูก สร้างอาหารในป่าเป็นแปลงๆ ให้ช้างและสัตว์ป่าต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้คน ป่าและช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูลกัน

 ผลของโครงการส่งผลให้ผืนป่ากุยบุรีกว่า 232,000 ไร่ในปัจจุบัน มีความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์เพิ่มปริมาณแหล่งน้ำและแหล่งอาหารให้ช้างป่ากว่า  206 ตัวและสัตว์ป่านานาชนิดเช่น กระทิง วัวแดง เสือโคร่ง ฯลฯ ตลอดจนราษฎรในพื้นที่ท้ายน้ำ 6 หมู่บ้าน 1,093 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรกว่า 20,300 ไร่ ได้รับประโยชน์จากอ่างยางชุม ทั้งด้านอุปโภคบริโภคและการเกษตร

 นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำที่สร้างรายได้ให้ประชาชนในบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งสามารถบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ได้เป็นอย่างดี สนใจเยี่ยมชมอ่างยางชุมและท่องสวนป่าธรรมชาติโทร.0-3260-4499 ได้ทุกวันในเวลาราชการ
      
สุรัตน์ อัตตะ