
ซอฟต์แวร์สร้างซับไตเติล:บันเทิงคุ้มค่าเคเบิล
อยากรู้ว่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Avatar อวตาร หรือแฮร์รี่ พอตเตอร์ พ่อมดน้อยขวัญใจคนไทย และผีชีวะ 4 สงครามแตกพันธุ์ไวรัส ที่เชื้อไวรัสระบาดทั่วโลกเปลี่ยนคนเป็นผีดิบ ที่ต่างโกยรายได้ไปกว่า 100 ล้านบาทในไทย ถ้าไม่มีซับไตเติล (Subtitle) หรือคำบรรยายภาษาไทย
ซับไตเติลจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับธุรกิจภาพยนตร์บันเทิง แต่ใช่ว่าทุกความบันเทิงจะมาพร้อมคำบรรยายใต้ภาพ อย่างเคเบิลทีวีหรือทีวีจานดาวเทียม หลายช่องน่าสนใจนำเสนอความก้าวหน้าบนโลกไอที สาระความรู้ทางวิทยาศาสตร์และสุขภาพ หรือบางช่องก็ฉายภาพยนตร์ใหม่ชนโรง แต่น่าเสียดายยิ่งที่ไม่มีซับไตเติล
ซึ่งนั่นถือเป็นปัญหาสำหรับคนไทยที่ส่วนใหญ่ภาษาอังกฤษ (รวมถึงภาษาต่างประเทศอื่นๆ) ไม่ค่อยแข็งแรง ทำให้ดูรายการที่สนใจได้ไม่สนุกเท่าที่ควรหรือดูไม่รู้เรื่องเลย
อนาคตอันใกล้ ปัญหานี้อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป ด้วยขีดความสามารถด้านไอทีของ 2 เยาวชนคนเก่งจากรั้วจามจุรี คือ ธัชชัย โชติสรยุทธ์ (ต่อ) และ เตชวิทย์ ตัณฑวิบูลย์วงศ์ (ท็อป) นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ ปีที่ 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พยายามหาวิธีทำให้การสร้างซับไตเติลเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งสองหนุ่มได้รับแรงบันดาลใจจากรายการโทรทัศน์ของญี่ปุ่น ที่ดูแล้วไม่เข้าใจ เพราะไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น จึงเกิดแนวคิดที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์ช่วยทำซับไตเติล เพื่ออำนวยความสะดวกให้การสร้างคำบรรยายใต้ภาพเป็นได้อย่างรวดเร็ว และใช้งานง่ายขึ้น
ทั้งคู่ใช้ความรู้และทักษะด้านด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านสมองกลอัจฉริยะหรือปัญญาประดิษฐ์ เป็นหลัก และเริ่มศึกษาพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างยาวนานนับปี ภายใต้การสนับสนุนจากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะอาจารย์ในคณะ และนักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
ในที่สุดก็เกิดเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ชื่อว่า ซับไตเติล เมต หรือเอสเอ็ม (Subtitle Mate : SM) ที่สามารถสร้างคำบรรยายใต้ภาพในภาพยนตร์หรือคลิปวิดีโอ จากเสียงภาษาหนึ่งไปเป็นคำบรรยายในอีกภาษาหนึ่ง หรือเป็นภาษาเดียวกัน สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการฟัง
ซอฟต์แวร์ดังกล่าวสามารถลดเวลาการสร้างซับไตเติลได้ถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับการแปลปกติ
คุณสมบัติเด่นของซอฟต์แวร์เอสเอ็มคือ ฟังก์ชันออโต้ไทมิ่ง (auto-timing) ที่รู้ว่าช่วงเวลาใดในไฟล์ต้นฉบับมีหรือไม่มีคำบรรยายใต้ภาพ จึงช่วยร่นเวลาในการทำคำบรรยายใต้ภาพลงได้อย่างมาก ทั้งยังมีพจนานุกรมไทย/อังกฤษในตัว พร้อมระบบตรวจสอบความถูกต้องของการสะกดคำในบทแปลที่ใช้งานง่าย
ขณะนี้ทั้งเวอร์ชั่น 32 บิต และ 64 บิต ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จและทดลองใช้ได้ภายในเดือนสิงหาคมปีหน้า โดยทั้งคู่ตั้งใจว่าจะเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้ฟรี เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยในวงกว้าง
แม้จะยังไม่เปิดตัวอย่างป็นทางการ แต่ซอฟต์แวร์ซับไตเติลเมตก็ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากทั้งนักวิชาการและสถาบันต่างๆ สิ่งที่ทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ไฟแรงทั้งสองภาคภูมิใจมาก คือ รางวัลชนะเลิศไทยแลนด์ ไอซีที อวอร์ด 2010 (TICTA) ในหมวดนิสิต/นักศึกษา ซึ่งเป็นโครงการประกวดพัฒนาซอฟต์แวร์ที่จัดโดยความร่วมมือของหน่วยงานด้านไอที อย่างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที), สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) โดยโครงการคัดสรรผลิตภัณฑ์ดีเด่นแห่งชาติ 2553 หรือ เทสก้า 2010 (TESCA 2010) และสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย วัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานวงการซอฟต์แวร์ในประเทศไทย
ผู้ชนะเลิศจากการประกวดจะเป็นตัวแทนประเทศ เพื่อร่วมการแข่งขันในงานเอเชีย แปซิฟิก ไอซีที อวอร์ด (APICTA) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 12-16 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 10 ปีของรางวัลดังกล่าว
ซอฟต์แวร์ซับไตเติลเมตยังได้รับรางวัลชนะเลิศ เนชั่นแนล ซอฟต์แวร์ คอนเทสต์ 2010 ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีกด้วย
สองหนุ่มเจ้าของรางวัลชนะเลิศคาดหวังว่า ผลงานที่เกิดจากความคิดริเริ่มของพวกเขา จะช่วยลดอุปสรรคทางภาษาของคนไทยและชาติอื่นๆ ทั่วโลก เพราะต่อไปนี้ใครก็สามารถทำคำบรรยายหนัง วิดีโอคลิปจากเว็บไซต์ ยูทูบ หรือสื่อการสอนของมหาวิทยาลัยในต่างประเทศได้ด้วยตนเอง ถือเป็นการช่วยเปิดโลกทัศน์และจุดประกายความคิดใหม่ๆ ให้แก่ทุกคน
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม Subtitle Mate ได้ที่ http://bit.ly/9VE5H2)



