ไลฟ์สไตล์

พิชิตโรคเครียดจากนาฬิกาทราย

พิชิตโรคเครียดจากนาฬิกาทราย

03 ต.ค. 2553

ปัญหาของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ยุคใหม่ นอกจากจะขาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไม่ได้แล้ว ประสิทธิภาพของเครื่องยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจละเลย เพราะบางครั้งการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ที่รูปลักษณ์ภายนอก แต่การใช้งานไม่ทันใจ อาจนำไปสู่ "โรคเครียด" จากการเฝ้าดูนาฬิกาทรายท

 ภาวะเครียดดังกล่าวถูกบัญญัติโดยอินเทล ผู้พัฒนาซีพียูรายใหญ่ในอเมริกา ที่เดินหน้าสำรวจพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของคนยุคใหม่ พบว่า ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต ผ่านเครื่องมือสื่อสารไฮเทคไม่ต่ำกว่า 2-3 ชิ้น ทั้งคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ รวมถึงอุปกรณ์ประเภทแท็ปเล็ต เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น รับส่งอีเมล อัพโหลดรูปภาพ ดูคลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ และการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน

 ดรรชนีพร พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ประเทศไทย บอกว่า การสำรวจดังกล่าวอินเทลได้ร่วมกับบริษัท แฮริส อินเทอร์แอคทีฟ สหรัฐอเมริกา เพื่อเก็บข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภค สำหรับใช้เป็นแนวทางพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้

 "ความเครียดมักจะเกิดขึ้น เมื่อคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลง โดยเฉพาะเครื่องคอมพ์ที่มีอายุการใช้งานนานเกิน 3 ปี ซึ่งหลายครั้งที่การประมวลผลของคอมพิวเตอร์ต้องใช้เวลานาน จนทำให้ผู้ใช้เกิดอาการหัวเสีย หงุดหงิด โดยไม่รู้ตัว" เธอ กล่าวและว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์คงคุ้นเคยกับเจ้านาฬิกาทราย ที่มักจะปรากฏขึ้นมาคั่นเวลาในช่วงที่คอมพิวเอตอร์กำลังประมวลผล สัญลักษณ์ดังกล่าวสร้างความรำคาญใจให้ผู้ใช้ไม่น้อย

 อินเทลเรียกอาการนี้ว่า Hour Glass Syndrome หรือโรคเครียดจากนาฬิกาทราย แม้ไม่ได้เป็นโรคทางการแพทย์ แต่เป็นโรคที่เรียกกันติดปากเพื่อบรรยายถึงอาการหงุดหงิดของคนที่ร้อนใจ และเบื่อกับการรอคอยให้นาฬิกาทรายหยุดหมุน

 ผลสำรวจดังกล่าวระบุว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์กว่า 60% รู้สึกเครียดจากอาการช้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ และ 23% บอกเครียดมากจากสถานการณ์เดียวกัน ขณะที่ 80% รู้สึกหงุดหงิดมากขณะที่ต้องรอให้คอมพิวเตอร์ทำงาน และคนมากกว่า 62% ยอมรับว่ามีหลายครั้งที่ตัดสินใจตะโกนออกมาดังๆ เพื่อระบายความเครียด

 อีกทั้งการที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้านั้นหมายความว่าผู้ใช้อาจพลาดกิจกรรมที่สนใจ ซึ่งข้อมูลจากการสำรวจพบว่าคนส่วนใหญ่เสียเวลากับการใช้งานคอมพิวเตอร์เฉลี่ย 13 นาทีต่อวัน หรือ  3 วันต่อปี 

 มะปราง กิติวิชญา วัชโรทัย นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ยอมรับว่า หลายครั้งที่เธอรู้สึกเครียดและหงุดหงิดขณะที่รอคอมพิวเตอร์โหลดข้อมูลตัวเลขที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างเป็นกราฟและตารางคำนวณที่ต้องทำอยู่เป็นประจำกลายเป็นเรื่องติดขัด บางครั้งการประมวลผลหนักๆ ทำให้เครื่องแฮงก์และหยุดการทำงานไปดื้อๆ ซึ่งเธอมองว่าหากปล่อยไว้อาจจะทำให้เธอตกอยู่ในภาวะเครียดจากนาฬิกาทรายได้เช่นกัน

 “ปัญหานี้แก้ได้โดยเลือกใช้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะกับการใช้งาน โดยมองหาซีพียู ที่ได้รับการพัฒนาล่าสุด เป็นอันดับแรกรองจากปัจจัยอื่น เช่น ฮาร์ดดิสก์ หน่วยความจำสำรอง หรือแรม ขณะที่ดีไซน์และแบรนด์ เป็นเรื่องมาทีหลัง” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด อินเทล กล่าวทิ้งท้ายว่า ซีพียูเปรียบเสมือนมันสมองของเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่จำเป็นต้องเลือกใช้ให้คุ้มค่าที่สุด

 ฉะนั้น อย่าปล่อยให้คอมพิวเตอร์เครื่องโปรด กลายเป็นบ่อเกิดแห่งความเครียดโดยไม่รู้ตัว

จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา