
"จิตอาสา"ต้องเริ่มที่ตัวเราทำได้ทันทีไม่ต้อง"เดี๋ยว"
"รู้สึกว่าเป็นภาระของเพื่อนๆ เพราะตัวใหญ่มาก สงสารเพื่อนที่เป็นฐานให้เหยียบก้าวข้ามไป ...สงสารลูกศิษย์ที่ต้องแบกเราข้ามไป เพราะเราตัวใหญ่มาก ...ซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อนๆที่ร่วมแรงร่วมใจกันจนประสบผลสำเร็จ..
บางทีรู้สึกว่าเรามีแนวคิดมากมายแต่ไม่เคยทำอะไรได้สำเร็จ ... เรายึดถือเหตุผลมากถ้าอธิบายไม่ได้และดีกว่าเราไม่ทำตามอยู่แล้ว ..ถ้าจะทำอะไรเราต้องลงมือทำเลยและต้องทำจนสำเร็จืบางครั้งมุทะลุไปบ้างแต่ก็จริงใจ ...ทำไมเราต้องเป็นฝ่ายแบกรับและทำตามที่เพื่อนร้องขอทุกครั้งไปด้วยความเกรงใจ...แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นความสำคัญของเราเลยก็ตาม ...
หลากหลายความรู้สึกของนศ.และผู้บริหารที่เข้าร่วมโครงการค่ายการพัฒนาศักยภาพแกนนำ จิตอาสาพัฒนาสังคมมทร.รัตนโกสินทร์ .ที่คณะบริหารธุรกิจ มทร.รัตนโกสินทร์ บพิตรพิมุข จักรวรรดิ และนสพ.คมชัดลึกร่วมจัดขึ้นที่ บ้านกลางสวนรีสอร์ท อัมพวา เพื่อช่วยให้พวกเขาได้รู้จักตัวเองดีขึ้น รู้จักเพื่อนร่วมชั้น ร่วมสถาบัน มีความสมัครสมานสามัคคี และรู้จักว่าใครสามารถเป็นผู้นำทางความคิด ผู้ตามที่ดี และใครที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะกิจกรรม"ลวดไฟฟ้า" ที่ "ชิษณุวัฒน์ มณีศรีขำ" ผู้ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจ.สมุทรสงครามและคณะกำหนดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนหาวิธีการข้ามจากฝั่งหนึ่งโดยลอดช่องว่างของเชือกฟางที่ผูกไว้กับต้นไม้สูงท่วมหัวไปสู่ฝั่งหนึ่ง โดยจับมือกันไว้ตลอดเวลา นั้นสื่อให้เห็นความสามัคคี เสียสละ น้ำหนึ่งใจเดียวกัน
รวมทั้งกิจกรรม"สี่ทิศ" ที่กำหนดไว้ว่า"เหยี่ยว"คือลักษณะของคนที่มีความคิดสร้างสรรค์จินตนาการกว้างไกล มีไหวพริบ แต่เบื่อง่าย ทำอะไรไม่เคยสำเร็จ "หมี" ยึดถือเหตุผลหลักการเป็นใหญ่ แต่ยอมรับเหตุผลที่ดีกว่า ทำอะไรต้องวางแผน รับปากใครก็ต้องทำจนสำเร็จ "กระทิง" มีพลังมาก คิดอะไรแล้วต้องลงมือทำ กล้าได้กล้าเสีย อาจส่งผลกระทบต่องานใหญ่ และ "หนู" ที่มองโลกในแง่ดี ใจอ่อน ชอบช่วยเหลือและรับฟังปัญหาคนทุกกลุ่ม รวมทั้ง "กิจกรรมเป็ดเจ้าปัญหา" ที่สร้างการเรียนรู้การเสียสละเพื่อส่วนรวมและคุณประโยนช์ของการเสียสละเพื่อส่วนรวม
"โอ๋-สวรรยา ภูคง" ปี 2 คณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาอังกกฤษเพื่อการสื่อสาร ขณะที่เข้าร่วมค่ายอยู่ในกลุ่ม "หนู" บอกว่าผู้คนในสังคมมีทั้ง 4 กลุ่ม การเข้าร่วมค่ายทำให้ได้รู้จักตัวเอง รู้จักเพื่อนมากขึ้น ได้รับรู้ว่าบางครั้งเราไม่สามารถเข้าใจการแสดงออกของเพื่อนๆได้ตรงกับใจของเขาเสมอไป โอ๋ เชื่อว่า จะสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองจาก "หนู" ไปเป็น "หมี กระทิง และเหยี่ยว" ได้ในอนาคต เพราะจริงๆแล้ว มนุษย์ที่สมบุรณ์ ต้องสามารถปรับตัวเป็นได้ทุกประเภทตามแต่สถานการณ์ที่เหมาะสม
ขณะที่" เล้ง - ธรรมรินทร์ พระใบหยก" นายกสโมสรนักศึกษา คณะบริหารธุรกิจ ที่จัดตัวเองว่าเป็น "เหยี่ยว"บอกกับเพื่อนๆว่าไม่ต้องไปยึดติดว่าถูกจัดอยู่ในประเภทอะไรเพราะทุกคนสามารถปรับตัวตามสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ค่ายนี้สอน "เล้ง" ว่านักศึกษาไม่ควรมีหน้าที่แค่ เรียนหนังสืออย่างเดียว แต่ต้องทำอะไรเพื่อสังคมชุมชน และประเทศชาติด้วย
"เพื่อนร่วมค่ายทุกคนได้รู้จักตนเอง รู้จักเพื่อน ได้แนวคิด วิธีการทำงาน เรียนรู้การเป็นผู้นำ เป็นผู้ตาม ความสามัคคี เสียสละ และช่วยเหลือกันถึงจะประสบผลสำเร็จ ที่สำคัญการมีจิตอาสาและทำอะไรเพื่อสังคม ประเทศชาติต้องเริ่มต้นจากตัวเราก่อน และลงมือทำได้ทันทีไม่ต้องรอ ขอเพียงให้ทุกคนคิดและลงมือทำช่วยกันคนละไม้คนละมือกิจกรรมดีๆสรรค์สร้างสังคมจะตามมาและประเทศก็จะน่าอยู่ " เล้ง กล่าว
"แก๋ง -วิกรม เสือดี ปี2 คณะมนุษยศาสตร์สื่อสารมวลชน มร. ผู้ประสานงาน ศูนย์ประสานงานเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรสงคราม (กลุ่มเยาวชนรักแม่กลอง) บอกว่าทุกกิจกรรมเป็นจุดเริ่มต้นประกายความคิดให้แก่นักศึกษาได้เรียนรู้ตัวเอง รู้จักผู้อื่น และการทำงานร่วมกันเป็นทีม การอบรมไม่ได้เน้นเฉพาะให้ความเข้าใจในเรื่องของการทำงานเพื่อสังคม แต่กระตุ้นให้พวกเขาลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อสังคม
ซึ่งเป็นเรื่องที่ดียิ่งเมื่อผู้บริหารและอาจารย์ผู้สอนควรจะได้เข้าร่วมกิจกรรมไปพร้อมๆกับนศ.เพื่อให้หลอมรวม "จิตอาสา" ไปด้วยกัน ซึ่ง "รศ.รุจี พาสุกรี" คณบดีคณะบริหารธุรกิจกล่าวว่าค่ายนี้เป็นการเริ่มต้นพัฒนาแกนนำนศ.ให้รู้จักตนเอง ผู้อื่น เรียนรู้การทำงานร่วมกัน ซึ่งในปีการศึกษาหน้า รศ.ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ อธิการบดีมทร.รัตนโกสินทร์ ให้นำวิชาการจิตอาสาไปบรรจุไว้ในวิชาศึกษาทั่วไป จำนวน 3 หน่วยกิตให้นศ.ปี 1 ได้เรียน โดยร่วมกับมูลนิธิสยามกัมมาจล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนสพ.คมชัดลึก เพื่อปลูกฝังให้นศ.ได้เรียนรู้การมีจิตอาสาและทำโครงการที่ตอบสนองต่อสังคม เมื่อสำเร็จการศึกษาออกไปทำงานแล้วจะไม่ละเลยสังคม
0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0



