
กก.มส.ชี้สอบคำสอนพระปราโมทย์ต้องใช้เวลา
กลุ่มชาวพุทธฯ พบพิรุธ 7 บัญชีเงินบริจาคสวนสันติธรรมหาย 20 ล้าน เล็งยื่นดีเอสไอตรวจสอบเพิ่ม 1 ต.ค.นี้ ขณะที่ทนายความสวนสันติธรรมไม่ซีเรียส ชี้ให้ดูเอกสารเป็นหลัก ด้าน "สมเด็จพระวันรัต" เผยตรวจสอบคำสอน "พระปราโมทย์" เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องใช้เวลา พร้อมให้
หลังจากที่กลุ่มชาวพุทธรักศาสนาเข้าร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ตรวจสอบพระปราโมทย์ ปาโมชโช เจ้าสำนักสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งสงสัยว่าจะมีพฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเทเงินบริจาคซื้อที่ดินสำนักสงฆ์ 100 ล้านบาท เข้าบัญชีนางอรนุช สันตยากร อดีตภรรยา ที่บวชชีอยู่สำนักสวนสันติธรรม อีกทั้งอดีตลูกศิษย์ออกมาแฉถึงพฤติการณ์อันไม่เหมาะสม ล่าสุดกรณีดังกล่าวก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ทว่าฝ่ายเรียกร้องให้มีการตรวจสอบยังเดินหน้าต่อไป หลังพบว่าเอกสารที่ทนายความสวนสันติธรรมส่งให้ดีเอสไอมีพิรุธ
นายเทิดศักดิ์ เตชะกิจขจร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้ติดตามข่าวเกี่ยวกับสวนสันติธรรม เปิดเผยต่อ "คม ชัด ลึก" ว่าหลังจากที่ได้รับเอกสารจากนายอภิชาติ อัศวเรืองชัย อดีตประธานกรรมการบริหารสวนสันติธรรมที่ถอนตัวออกมา โดยได้ตรวจสอบเอกสารทั้งหมดกับบัญชีรายรับ-รายจ่ายของสวนสันติธรรม พบว่ามีเม็ดเงินหายไปจำนวนหนึ่ง โดยไม่มีรายได้ระบุไว้ในบัญชีทั้ง 7 บัญชีที่ทนายความได้ส่งให้ดีเอสไอ
"ผมได้ตรวจสอบเอกสารรายรับรายจ่ายของสวนสันติธรรมตั้งแต่ปี 2551 ถึงเดือนกันยายน 2552 นั้น ไม่พบว่ามีบัญชีรายรับซึ่งได้มาจากการเดินสายแสดงธรรมในสถานที่ต่างๆ 65 แห่ง ซึ่งเชื่อว่าแต่ละแห่งที่ไปนั้น ทางผู้ศรัทธาจะบริจาคหรือทำบุญให้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนตุลาคม 2552 มีการแสดงธรรมยุวพุทธ มีการเรี่ยไรเงินทำบุญถึง 1.2 ล้าน แต่ก็ไม่มีปรากฏอยู่ในบัญชี เราคำนวณคร่าวๆ การแสดงธรรม 65 ครั้งน่าจะมีรายรับ 15-20 ล้านเลยทีเดียว" นายเทิดศักดิ์ กล่าว
นายเทิดศักดิ์ บอกด้วยว่า ในวันที่ 1 ตุลาคม เวลา 11.00 น. จะนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกันนี้จะถ่ายสำเนาเอกสารทั้งหมดมามอบให้สื่อมวลชนด้วย
ด้านนายธนเดช พ่วงพูล ทนายความของสวนสันติธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสวนสันติธรรมไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร นอกจากรอการตัดสินของหน่วยงานที่กำลังตรวจสอบเอกสาร หรือการร้องเรียนอยู่ อย่างไรก็ตาม ได้ข่าวมาเป็นระยะๆ ถึงความเคลื่อนไหวของฝ่ายที่ร้องขอให้มีการตรวจสอบในเรื่องต่างๆ แต่ก็ไม่ได้วิตกกังวลอะไร ทั้งนี้เนื่องจากมั่นใจว่าเอกสารที่ส่งให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบนั้นมีคำตอบอยู่ในตัวเองแล้ว
"เรื่องบัญชีรายรับรายจ่ายผมว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะผมส่งเอกสารเกี่ยวกับรายรับรายจ่ายของสวนสันติธรรมให้ดีเอสไอตรวจสอบถึง 7 แฟ้ม มันมีที่มาที่ไปของเงินทั้งหมด ส่วนเรื่องที่คุณอภิชาติออกมาพูดโจมตีถึงเรื่องเงินที่เขาไม่ได้รู้เรื่องว่าทางสวนสันติธรรมเอาไปใช้อะไรบ้าง จริงๆ แล้วเขาอยากโจมตีอะไรก็ทำไป มาดูในรายละเอียดข้อมูลดีกว่าน่าจะชัดเจนที่สุด" นายธนเดช กล่าว
ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบพระปราโมทย์ กรณีอวดอุตริมนุสธรรมนั้น สมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ในฐานะผู้รักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต เปิดเผยว่า ได้รับทราบแล้วว่ามีผู้ร้องเรียนไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งส่วนนี้ พศ.ก็ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการเข้าไปตรวจสอบ ดังนั้น พศ.จึงส่งเรื่องไปที่สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) ถือว่าทำถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว ส่วนหน้าที่นี้คงต้องให้พระเทพสุทธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) ที่ได้รับเอกสารคำสอนของพระปราโมทย์มาทั้งหมดตรวจดูสาระสำคัญโดยละเอียดว่ามีการอวดอุตริหรือไม่
"เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การตรวจสอบคงต้องใช้เวลา รวมทั้งต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้องเรียน ให้พวกเขาได้สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ อาตมาไม่สามารถบอกได้ว่า จะดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อใด เพราะเป็นขอบเขตอำนาจหน้าที่ของท่านพระเทพสุทธาจารย์ กรรมการ มส.จะไม่เข้าไปก้าวก่าย ส่วนผลสรุปการตรวจสอบดังกล่าวนั้น เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ทางสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) คงจะทำรายงานเสนอให้ที่ประชุมมส.เพื่อทราบต่อไป" สมเด็จพระวันรัต กล่าว



