ไลฟ์สไตล์

ผู้นำกับธรรมะ (๑๒) 
โซ่ข้อกลาง

ผู้นำกับธรรมะ (๑๒) โซ่ข้อกลาง

01 ต.ค. 2553

อาตมาเองก็เปลี่ยนเลขาฯ บ่อยๆ เพราะกลัวเลขาฯ จะสั่งสมอำนาจ เดี๋ยวไปต่อรองกับญาติโยม ไม่เอา เลขาฯ ต้องพร้อมย้ายตลอด ๒๔ ชั่วโมง เดี๋ยวกลัวมาสั่งสมอำนาจใกล้ๆ อาตมา แล้วไปเรียกรับผลประโยชน์จากญาติโยม อยากให้อาตมาไปเทศน์ โยมเอามาแสนหนึ่ง แบบนี้ไม่ได้

  อาตมาจะให้ลูกศิษย์สลับกันทำหน้าที่ตลอด เพื่อป้องกัน เพราะคนที่เป็นรอยต่อระหว่างผู้บริหารกับคนที่จะมาติดต่อ คือคนที่เป็นโซ่ข้อกลาง นี่ศัพท์ใหม่ คนที่เป็นโซ่ข้อกลางถือว่าเป็นคนที่ทรงอิทธิพล ทุกองค์กรคนคนนี้สำคัญมาก ฉะนั้นผู้บริหารจะเลือกเลขาฯ ของท่าน จะเลือกโซ่ข้อกลางก็ต้องดู ต้องเลือกคนที่รู้จักจริงๆ เลือกคนไม่เหมือนการเลือกเสื้อผ้า ของพวกนี้มันดูง่าย แต่ดูคนนั้น แม้แต่จิ๋นซีฮ่องเต้มีขันทีเจ้าเก่าอยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต จนจิ๋นซีฮ่องเต้สวรรคตไปแล้ว ความเลวของขันทีจึงโผล่ออกมา ใช้เวลากี่ปี...ทั้งชีวิต

 อาตมารู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง แต่งงานมีลูก ๒ คน เธอรักสามีมาก ภูมิใจมาก เวลาสอนการบ้านลูก ลูกจำไว้นะเวลาที่ลูกจะมีแฟน ดูพ่อของลูก ไม่ว่าจะวัดด้วยมาตรฐานข้างไหน พ่อของลูกดีที่สุดสำหรับแม่ อยู่กันมา ๑๓ ปี อยู่มาวันหนึ่งปีที่ ๑๔ ขยายโรงงานไปอยู่ต่างจังหวัด พ่อไปคุมงานก่อสร้างที่โรงงานทุกวัน แม่กับลูกอยู่ที่กรุงเทพฯ ผ่านไป ๓ เดือนเพื่อนโทรมาบอกว่าเธอรู้ไหม สามีของน้องมีกิ๊ก เธออย่ามาพูดเลย อิจฉาฉันใช่ไหม เห็นเขาอยู่ดีกินดี ถ้าพูดอย่างนี้เธอไม่ต้องมาคุยกับฉัน ต้องเสียเพื่อนไปเลยหนึ่งคน

 ต่อมามีผู้ใหญ่ที่ไปร่วมประชุมเห็นสามีของผู้หญิงคนนั้นกุ๊กกิ๊กกับเลขาฯ ก็เลยมาบอกเธอว่า น้องระวังหน่อยนะมันประหลาดๆ อย่างไรก็ไม่รู้ ความรู้สึกของผู้หญิงมันบอก... แต่เธอก็ยังไม่เชื่อ ใครบอกเธอก็ไม่เชื่อ จนมีเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนมาด้วยกัน ถ่ายรูปทางโทรศัพท์มาให้ดู เธอก็ตามไปดูก็ได้พบความจริงว่า เลขาฯ คนนี้เป็นกิ๊กอีกคนหนึ่ง ซึ่งสามีทั้งซื้อบ้าน ซื้อรถ ประเคนทุกอย่างให้อยู่ต่างจังหวัด ให้ทำงานอยู่ที่โรงงานใหม่ พอรู้เรื่องขึ้นมา ก็ทะเลาะกันถึงขั้นขอหย่า สามีไม่หย่า เธอบอกว่าทำไมไม่หย่า บอกว่าเธอต้องเลือกคนใดคนหนึ่ง ฉันไม่ยอมใช้แปรงสีฟันร่วมกับคนอื่น สามีบอกว่าพี่เลือกคนใดคนหนึ่งไม่ได้ เพราะพี่รักทั้งคู่ แล้วพี่ไม่คิดถึงน้องเหรอ ก็เพราะพี่คิดไงพี่ถึงไม่ทิ้งน้อง

 สุดท้ายขอหย่าไม่หย่า ขอเลิกไม่เลิก เธอก็เลยขอเรียกรับผลประโยชน์เป็นค่าเลี้ยงดู แล้วไม่เกี่ยวข้อง ให้สามีมีเมียน้อยได้ แต่ต้องดูแลโดยขอรับเงินด้วยวงเงิน ๑๐๐ ล้านบาท สามีก็ต้องยอมอนุมัติ  อยู่มาวันหนึ่งเมื่อลูกเข้ามหาวิทยาลัยเธอก็สอนการบ้านลูก ลูกจำไว้นะ ถ้าลูกจะเลือกสามี เลือกให้ตรงข้ามกับพ่อของลูกทุกอย่างเลยนะ ก็มาเล่าให้อาตมาฟังว่า พระอาจารย์คะ ๑๓ ปีที่ผ่านมาจุดเลวที่สุดของเขาไม่โผล่ออกมา เขาซ่อนได้อย่างไร ทำไมซ่อนได้มิดชิด อาตมาก็บอกไปว่าโยม ทางพระเรานี้ เตือนเอาไว้หลายอย่างว่าอย่ารีบ คือ
๑.ขึ้นเขาอย่ารีบ   ถ้ารีบเดี๋ยวตก
๒.เรียนหนังสืออย่ารีบ  ถ้ารีบมากรู้ไม่จริง
๓.เลือกคู่อย่ารีบ        ถ้ารีบได้คนดีไม่จริง
๔.สร้างเนื้อสร้างตัวอย่ารีบ  ถ้ารีบไม่มั่นคง

 พระท่านพูดไว้มันจริงไหม เพราะว่าธรรมชาติเดิมแท้ของคนกว่าจะแสดงออกจะต้องดูกันทั้งชีวิต มันกินเวลานานขนาดนี้ นี่ก็เป็นหลุมดำนะ เชื่อใครง่ายๆ ไม่ได้ นั่นจึงเป็นเหตุให้โบราณบอกไว้ว่า จะสร้างอนุสาวรีย์ให้ใครถ้าไม่ตายอย่าสร้าง

"ว.วชิรเมธี"